taiji

   ไปดูคอนเสริต์กลับมา แต่ก็ยังขี้เกียจมาก ทีแรกว่าจะมาเล่าอะไรหลายอย่าง แต่ก็ขึ้เกียจ เออ...ตัวเป้นขนเลยทีเดียว555

     ถึงขี้เกียจแต่ก็ตามข่าวอยู่ เข้าไปอ่านcommentของแฟนๆที่ได้ดูเพลงXของวันที่ 14 สค. เขาพูดถึงไทจิว่า "the loser who used to be the  bassist of X JAPAN and Loundness ,two legendary bands og JAPAN" อยากเติมให้เขาต่ออีกหน่อยว่า Anyway, why you still call him a looser?

     จำได้ว่าวันที่ 15 ตอนที่เล่นเพลงX และทุกคนในวงกลับเข้าไป ทุกคนทั้งสนามตะโกนเรียกแต่ไทจิเป็นเสียงเดียวกันนานมาก มันแปลกมากเราไม่เคยเห็นครั้งไหนที่ทุกคนเรียก ชื่อพร้อมกันขนาดนี้ ยกเว้นตอนเรียกฮิเดะ แต่เราเข้าใจ บรรยากาศตอนนั้น มันคิดถึงไทจิและคิดถึมาก เราก็เป็นคนหนึ่งที่ตะโกนเรียก และภาวณาให้ไทจิออกมาเล่นอีกสักเพลงก็ยังดี ตอนแรกคิดว่าเพลงendless rain ไทจิจะขึ้นมาเล่นด้วย แต่ก็ไม่ได้ขึ้น แอบผิดหวัง แต่ก็เข้าใจ ไทจิร่วมเล่นเพลงXอีกครั้งหลังจากลาออกจากวงอย่างเป็นทางการแบบเงียบๆ ในช่วงต้นปี 1992 การขึ้นเล่นเพลงXในครั้งนี้ราวกับเป็นการขึ้นมาส่งเพื่อนๆ ให้เดินไปในอนาคต รวมถึงไทจก็ต้องเดินตามทางของตัวเองเช่นกัน

เมื่อวันนี้เองไปอ่านข้อความที่ไทจิเขียนถึงการเข้าร่วมคอนเสริต์กับ XJAPAN โดยคุณ TUALEK แปลให้ ได้ความว่า

ロック界に名を残すような体感をできて光栄に思っています。
今日ぼくはX JAPANのライブに出演してきました。

メンバーの多大なる愛情の元、俺はその場に復活することができたんだ。

皆いい顔してたなぁ
君たちも含めて

胸がいっぱいで何も語れない

ありがとう


TAIJI

คิดว่ารู้สึกเหมือนได้สร้างชื่อเสียงไว้ให้คนจดจำในวงการร็อค

วันนี้ผมได้ไปแสดงx japan liveมา

ได้รับความรักจากสมาชิกในวงอย่างมากมาย เลยทำให้ผมได้กลับมาใหม่อีกครั้ง

ทุกคนทำหน้าตายิ้มแย้มนะ

รวมถึงพวกคุณด้วย

ตื้นตันใจมากจนบอกอะไรไม่ถูก

ขอบคุณ

TAIJI

วันที่ 15 สค. โยชิกิไม่ได้วิ่งกระโจนเข้ามากอดไทจิเหมือนวันที่ 14 แต่โยชิกิเข้ามากอดไทจิแน่น ไทจิลูบหัวโยชิกิและไทจิจึงหอมโยชิกิที่หัวครั้งหนึ่ง นั่นราวกับไทจิกำลังปลอบโยนน้องชายและบอกว่า"ไม่เป็นไร"

PS. ฮีทหล่อเป็นบ้าเลย แต่เมื่อก่อนไทจอ่ะ ก็หล่อมากเลยนะ ;)

....ในการสัมภาษณ์ ไทจิ ซาวาดะ ถึงmini  album ที่ออกใหม่ซึ่งทำงานร่วมกับเพื่อนๆอีก 2 คน ในนาม TAIJI with HEAVEN'S ผู้สัมภาษณ์ได้ตั้งข้อสังเกตุไว้อย่างชนิดที่เรียกได้ว่า แทงทะลุถึงหัวใจผู้ตอบเลยทีเดียวว่า

The EP is a guaranteed surprise for the vast majority of X fans. There are definite leanings towards Cloud Nine’s modern-edged metal sound as expected, but the songs are also strikingly reminiscent of X’s third album, Jealousy. Heaven’s vocalist Dai is dead ringer for singer Toshi and the music has a similar vibe to Jealousy’s heavier tracks ‘Miscast’, ‘Desperate Angel’ and ‘Stab Me In The Back’. The lone ballad on the EP, ‘Wish’, is done in trademark epic X fashion, complete with piano and strings and clocking in at over seven minutes. Asked if the record was a calculated attempt to recapture the traditional X sound – particularly in the wake of the reunited X Japan’s darker direction – Sawada maintains it’s nothing of the sort.

หากแปลคร่าวๆคือ

วงนี้เป็นเครื่องยืนยันการสร้างความประหลาดใจให้แก่แฟนๆของXโดยส่วนใหญ่ แนวดนตรีเป็นไปในแนวทางแบบวง CLOUND NINE แบบmodern-edged metal แต่เพลงต่างๆยังคงย้ำเตือนมากๆ ให้คิดถึงอัลบั้มที่ 3 ของ X (Jealousy)  DAI นักร้องนำหรือก็คือ TOSHI ในแนวเพลงแบบ DEAD ลักษณะดนตรีให้ความรู้สึกเหมือน เพลงหนักๆในอัลบั้ม Jealousy อย่างเช่น ‘Miscast’, ‘Desperate Angel’ และ ‘Stab Me In The Back’  นอกจากนั้น‘ Wish’ เพลงballad เพลงเดียวที่มีในอัลบั้มนี้ที่ใช้เปียโนและสตริงเล่นประกอบเพื่อความสมบูรณ์แบบ และเป็นเพลงยาวมากกว่า 7 นาที ซึ่งนับเป็นเครื่องหมายการค้าตามแบบฉบับดั้งเดิมของX  หากถามว่าเพลงที่ทำมานี้นับเป็นความพยายามที่จะทำให้ออกมาในรูปแบบเดิมๆของX หรือวงนี้นับเป็นการตื่นขึ้นทำวงใหม่ของ XJAPAN ในรูปแบบที่ลึกลับมืดมนกว่าหรือไม่ ในเรื่องนี้ซาวาดะ (ไทจิ)คงยืนยันว่าไม่ได้เป็นแบบนั้นแน่นอน

โดยไทจิได้ปฎิเสธว่า

“All I can say is that there is no X in me right now,” he states.

ทั้งหมดที่ผมจะตอบได้คือตอนนี้ตัวผมไม่มีความเป็นXอยู่อีกแล้ว ไทจิยืนยัน

“Everyone wants to ask me those kind of questions but my musical inspirations comes up in very natural manner. It wasn’t intentional. I’ve always been a fan of music and not by which era it’s from. I never really cared about which band is from when and whatnot. No intention whatsoever. It all just came naturally and intuitively.

ทุกคนเอาแต่ถามผมแบบนั้น ทั้งๆ ที่ พวกแรงดลใจในการทำเพลงของผมมันก็ออกมาเองตามธรรมชาติ ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจให้มันเป็นแบบนั้น ตัวผมเองก็เป็นแฟนที่คลั่งไคล้ "ดนตรี" แบบที่ไม่จำกัดยุค ผมไม่ได้ไปแคร์มันอยู่แล้วว่าวงไหนจะทำมันขึ้นมาคั้งแต่เมื่อไร หรือ อะไรที่มันไม่ใช่แนวนั้นหรอกนะครับ ทุกอย่างมันมาแบบธรรมชาติ และจากข้างในเอง

จากนั้นผู้ถามก็มีคำถามต่อถึงความสัมพันธ์ของไทจิและ XJAPAN ในตอนนี้ซึ่งแน่นอนว่าไทจิได้ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อไยดังเดิม

สามารถอ่านสัมภาษณ์ทั้งหมดได้ที่ http://carlbegai.com/2010/02/21/taiji-with-heavens-in-the-blood/

โดยส่วนตัวแล้ว เรามีความเห็นว่า อัลบั้มนี้ของไทจิ มีความเป็นXอยู่มากทีเดียว เช่นเดียวกับความคิดเห็นของผู้สัมภาษณ์ได้ตั้งข้อสังเกตุไว้ พอได้ฟังตัวอย่างเพลงของไทจิ จาก myspace ของวง http://www.myspace.com/taijiwithheavens ก็ทำให้คิดได้ว่า ไทจินับเป็นจิ๊กซอว์ที่หายไปตัวหนึ่งของ X เพียงแต่ตอนนี้สำหรับ X นั้นไม่สำคัญมานานแล้ว ก้าวเดินในการทำเพลงของไทจิ ราวกับกำลังบอกว่า "ฉันจะไปตามเส้นทางของฉัน"

ครั้งหนึ่งไทจิไปร่วมการฉาย Film GIG ของX JAPAN สักประมาณ ปี 2002-2003 (ถ้าจำไม่ผิด) โยชิกิเขียนเล่าว่า เขาเองเป็นห่วงว่าไทจิจะไม่มีเพื่อนอยู่ด้วย จึงรีบเตรียมตัวออกจากบ้านทั้งที่เหนื่อยมาก ยังไม่ได้นอนและงานยังไม่เสร็จดี แต่พอพบว่า ladies room ไปในวันนั้นด้วย เขาจึงเบาใจและปล่อยให้ไทจิอยู่กับ  ladies room ไป เพราะตัวโยชิกิเองก็ทนตื่นไม่ไหวแล้วในตอนนั้น และpataกับไทจิก้เคยร่วมกันทำงานในภาพยนตร์เรื่องเดียวกันแม้นปากไทจิก็บอกว่าทั้งเขาและXไม่ได้ไปยุ่งอะไรกันและก็ไม่ได้เล่นดนตรีร่วมกันแล้ว แต่อะไรหลายอย่างก็บอกว่ายังไม่ได้ตัดขาดกัน

 หากจะพูดว่าไทจิแต่งเพลงให้ความรู้สึกเหมือน X ในยุคอัลบั้มที่ Jealousy  ก็คงไม่ผิด แต่นั่นเป็นเพราะเขานำความเป็นตัวของตัวเองใส่ลงไปในเพลงของ x ในตอนนั้นด้วยต่างหาก  ดูเหมือนว่าสำหรับไทจิแล้วคำถามที่ลากเขาเข้าไปเกี่ยวกับ X คงเป็นเรื่องน่ารำคาญที่ไม่รู้จะสลัดมันออกยังไงดีเสียแล้ว

หากถามว่าไทจิตอนนั้นกับตอนนี้ต่างกันยังไง

อย่างเดียวง่ายๆคือ ไทจิ ไม่ได้คิดจะเป็นX อีกแล้ว

ก็เท่านั้นเอง

ขอให้ไปได้ด้วยดี สำหรับอนาคตที่ต้องไขว่คว้ากันไป

ตั้งแต่ไทจิถูกโยชิกิต่อยจนกรามแทบหัก

ตั้งแต่นั้นมาชีวิตของไทจิก็ดูล่มๆดอนๆ และดูเหมือนว่าสายฝนที่กระหน่ำตกลงมาจะไม่มีวันหยุด

 

เมื่อมีเอ่ยถึงไทจิ ซาวาดะ ทุกคนก็จะคิดถึงมือเบสเปี่ยมพรสวรรค์ทันที

 ...มือเบสที่เล่นเบสได้ราวกับเล่นกีต้าร์

แต่พรสวรรค์ของไทจิไม่ได้มีแค่นั้น เพียงความสามารถทางเบสและกีต้าร์ไม่ได้เป็นทั้งหมดของไทจิ

สิ่งหนึ่งที่เขามีไม่ได้ด้อยกว่าใครในX และเหมือนจะมีมากกว่าบางคนอีก นั่นคือพรสวรรค์ในการแต่งเพลง

 Voiceless Screaming และ Desparate Angel คงจะเป็นคำตอบได้ดี

เพลงและดนตรีเปรียบเหมือนชีวิตของไทจิ เป็นสิ่งเดียวที่เหล่อเลี้ยงให้ไทจิมีชีวิตอยู่ตลอดมา แต่ไทจิไม่ได้โชคดีแบบโยชิกินัก เส้นทางของโยชิกิโรยด้วยกลีบกุหลาบแต่มากด้วยขวากหนามก็จริง แต่เส้นทางของไทจิไม่ค่อยจะได้รับสัมผัสนิ่มๆของกลีบกุหลาบนั้นเท่าไรหลังจาก ออกจาก XJAPAN ไทจิได้อยู่กับวงอื่นรวมถึงสร้างวงของตนขึ้นมาหลายๆครั้ง

Loundness

dirty trash road(D.T.R.)

Clound Nine

King

Otokaze

แต่ไทจิก็อยู่ได้ไม่นานนักสักวง

 และช่วงลำบากที่สุดของไทจิ...ที่แลดูเหมือน...โลกหมุนกลับ... อย่างกระทันหัน

 ...ปัญหาทางการเงิน ...อาการป่วยหนักของแม่...การหย่าร้าง...กลายเป็นคนไม่มีบ้าน... และ คิดฆ่าตัวตาย

เขาพบอะไรมามากมายพอๆกับโยชิกิหรือหนักกว่า

แต่ทว่า บทเพลงของ ไทจิ ซาวาดะ ยังแว่วหวานจับใจ งดงามและสดใส เพราะเหตุใดกัน รึว่ากำลังใจไม่เคยหมดไปจาก ชายคนนี้กันนะ

dear friend เพลงที่เขาได้แต่งให้กับฮิเดะคงเป็นคำตอบได้ดีในข้อนี้


Taiji - Dear Friend (Dedicated To Hide).mp3 -

ชีวิตของไทจิที่ลุ่มๆดอนๆ ได้รับกำลังใจและการสนับสนุนมากมายจากแฟนๆ ไทจิได้ทำอะไรต่ออีกอะไรมากมาย รวมถึงทำวงดนตรีOTOKAZEกับ Masayo น้องสาวที่เขารัก  หากใครได้ฟังจะรู้ว่า "นี่ล่ะ TAIJI SAWADA"ของX  แม้นจะมีหลายคนพูดว่าเพลงที่เขาทำนั้นสู้เพลงเก่าๆของเขาไม่ได้ก็ตาม แต่นั่นอาจจะเป็นเพราะ Otokaze เป็นวงpop rock มากกว่าจะเป็นร็อคเต็มตัว หลายๆคนเหล่านั้นคงไม่ชอบก็เป็นได้

สัก ช่วงปี2008 ที่มีข่าวความเคลื่อนไหวของx ในตอนนั้นก็มีของไทจิด้วย

การกลับไปร่วมวงclound nine

การไปร่วมคอนเสริต์ hide summit...ที่สุดท้ายก็ได้เพียงนั่งชม เพราะเจรจากันไม่ลงตัว

(ขอพูดว่าทะเลาะกับโยชิกิอีกแล้ว...จะทะเลาะอะไรกันนักหนา 43กันแล้วนะ)

attitude หนัง indy ที่ไทจิได้ทำเพลงประกอบได้ยอดเยี่ยม

แต่ทว่า อะไรที่ดูเหมือนจะดีก็กลับแย่ ...เมื่อไม่นานมานี้สัก ปลายปี 2008ไทจิก็ประสบกับปัญหาหนักทางด้านสุขภาพ และหนักมากจนถึงขั้นต้องเข้ารับการผ่าตัด ทั้งๆที่กำลังจะออกเล่นlive กับวงclound nine ยังดีนักที่เขาออกมาจากโรงพยาบาลแล้ว แต่ clound nine และไทจิ...บัดนี้ก็แลดูไม่แน่นอนเลยว่า จะไปด้วยกันได้แค่ไหน

แม้นบัดนี้ไทจิจะออกมาจากโรงพยาบาลและ ประกาศว่าจะมีเพลง folk rock ออกมาใหม่...แต่...ก็ยังต้องรอคอยต่อไป

ไม่รู้ว่าสายฝนที่พัดเข้ามายังไทจิอยู่เสมอจะหยุดลงเมื่อไร

และเมื่อไรหนอไทจิจะได้พบกับวัยที่สดใส

คงได้แต่ภาวณา...ขอให้ไทจิ อย่าได้พบอะไรที่เลวร้ายอีกเลย

  

มันเป็นคลิปของวง otokaze ที่มีอยู่เพียงคลิปเดียว อย่างไรก็ตามหากดูจนจบจะพบไทจิและวงกำลังร้องเพลง Rocket drive ...ตอนดูจบรู้สึกตื้นตัน รู้มานานแล้วว่าไทจิก็เป็นอีกคนที่รักฮิเดะมาก และมากกว่านั้นดูเหมือนไทจิในตอนนั้นกำลังจะพูดว่า

NEVER SAY "CAN'T"

ps. ใน http://x-japan.ru เขียนเล่าเรื่องไทจิไว้อย่างละเอียดในช่วงแรก แต่มีความสับสนเกี่ยวกับเหตุการณ์บางอย่างของไทจิในช่วงหลัง อย่างไรก็ดี สามารถเข้าไปอ่านได้

ps.2 ในความเห็นส่วนตัวการที่X มีleaderถึง2คนในช่วงแรกๆนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ดีนักแต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่แย่  ....หากทั้งไทจิและโยชิกิยอมหันหน้าเข้าหากันมากกว่านี้อะไรๆก็คงไม่หนักนัก

และหากไทจิยังมีใจกับXอยู่จริงรวมถึงโยชิกิเองก็ยังคงเปิดรับอยู่ ไทจิย่อมเป็นตัวเลือกที่ดีที่จะเป็นสมาชิกคนที่ 6

รับรองเลยว่าไทจิทำได้ยอดเยี่ยมแน่และfeel ของX จะดูดุดันขึ้น รวมถึงมีดนตรีที่แน่นขึ้น แต่....การจะให้มาเป็นมือ guitar lead... ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ ทว่าไทจิเป็น Bassist มาตลอด 20กว่าปีและไทจิก็เลือกจะเป็นbassistมาเสมอ ...แล้วคิดว่าไทจิมีแนวโน้มมาเป็นGuitar leadงั้นหรือ

มีข่าวลือว่าไทจิเคยไปขอโยชิกิกลับเข้าวง X แต่โยชิกิปฏิเสธ ..นีคงเป็นการยืนยันว่าหนทางระหว่างtaiji และ XJAPAN จะดูยากเหลือเกิน

ps. 3 แม้นฮีทจะมีความสามารถสูงเท่าไร แต่ไทจิมีมากกว่าเสมอมา สงสารฮีท...หากไทจิกลับมาจริง ถึงจะเป็นguitar lead แต่ฮีทคุงที่น่ารักคงไม่ได้นอนและเอาแต่ซ้อมเบสทั้งวันทั้งคืนแน่ๆ (จริงๆแล้วอาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้นะ55)