ToshiBook

สตูดิโอแอลเอแห่งความทรงจำ

posted on 08 Mar 2015 12:36 by hurrygoround4live in ToshiBook directory Entertainment, Asian
พอถึงแอลเอโทชิก็ตรงดิ่งไปที่สตูดิโอโยชิกิที่ north holywood
โยชิกิก็ชวนให้โทชิไปคุยที่ห้องประชุมที่เป็นห้องเก็บเสียง
(ห้องแห่งความลับจริงๆ โยชิกิจะมีห้องเก็บเสียงเอาไว้ทำไมเนี่ย ทำเหมือนความลับระดับชาติ)
"ได้ยินเรื่องมานิดหน่อยน่ะว่าโทชิเจอเรื่องแย่มากเลยใช่ไหม"
"อืม"พยายามออกเสียงตอบออกไป
"เออ ถ้าออกเสียงก็ไม่ต้องลำบากพยายามพูดหรอก"
"ที่จริงหนีออกมาจากคาโอริและมาซายะน่ะ"
"หนีออกมา? เหรอ ดีจังเลย รู้ไหมว่าเป็นห่วงมากเลย แล้วอาการเป็นไงบ้าง"
"อืม ดีขึ้นมากแล้ว จริงๆแล้วถูกคาโอริและมาซายะโกงน่ะ ถ้าจบงานดีแล้วจะไปยื่นล้มละลายน่ะ"
"เหรอ ที่จริงฉันก็เจอแย่ๆมาเหมือนกัน"
(กำลังสงสัยว่าจะเล่าเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ ไม่งั้นจะมาเล่าทำไมในตอนนี้)
"โยชิกิเนี่ยนะ?"โทชิถามอย่างตกใจ
โทชิเลยไม่กล้าบอกเรื่องที่จะเลิกร้องเพลงแล้วกับโยชิกิ
 
หลังจากนั้นก็ไปกินข้าวด้วยกันและไปต่อที่บ้านโยชิกิ
โทชิบอกว่าวันนั้นรถติดมาก โยชิกินั่งข้างคนขับ ส่วนโทชินั่งเบาะหลัง
แต่ทั้งสองไม่ได้คุยอะไรกันเลยในเวลาอันยาวนานนั้น
(คือว่าความลับเลยไม่อยากให้คนขับได้ยินใช่ไหม 555)
 
พอเข้าบ้านไปก็เจอชั้นที่โยชิกิวางเฝือกที่ใส่คอเอาไว้
โทชิบอกว่าตกใจที่มีทุกสีทุกแบบเลย
เปียโนที่กลางห้องรับแขกมีโน๊ตเพลงหลายแผ่นวางเอาไว้
"ขอดูห้องหน่อยได้ไหม"
"เอาซิ ตามสบาย"
"จะเอาไวน์YOSHIKIออกมาให้ลองดื่มน่ะ อร่อยนะ"
"สุดยอด ไวน์YOSHIKI"
"ว่าแต่ที่เปิดอยู่่ไหนเนี่ย"
จากนั้นโทชิก็เดินขึ้นไปดูชั้น2 ที่มีห้องออกกำลังกาย มีห้องนอน
ห้องน้ำที่มีอ่างจากุซซี่อยู่
"ทีวีที่ผนังตรงนี้มันพังแล้วน่ะทำไงดี"โยชิกิพูดไปพลางหาที่เปิดจุกไวน์จากทุกลิ้นชักในห้องครัว
ซึ่งโทชิคิดว่ามันน่าสนใจดี
(งงๆ คือประหม่าเขินอายเหรอ เลยคุยเรื่องอะไรก็ไม่รู้)
"เจอแล้ว"
โยชิกิรินไวน์แล้วทั้งสองก็ดื่มไวน์ไปคุยเรื่องสมัยเด็กๆไป
"โทชิ เราแต่งเพลงใหม่เสร็จแล้วละ ฟังหน่อยไหม"
แล้วยื่นโน๊ตเพลง"Born to be free"ให้ดู
"ใช่เลยโยชิกิ (ชีวิต)เป็นแบบนี้เนอะ เป็นชื่อเพลงที่ดีมาก"
เสียงร้องประสานกับเสียงเปียโนดังก้องอยู่ในห้อง โทชิบอกว่าอยากให้คงอยู่อย่างนี้เรื่อยไป
แล้วโทชิก็คิดได้ว่าที่จริงไม่มีสิ่งใดที่เขาสูญเสียไปเลย
เขายังคงร้องเพลงได้อยู่ เลยคิดที่จะกลับมาร้องเพลงอีกครั้ง
 
 
หลายวันผ่านไป คุณผู้หญิงของบ้านก็มาบอกว่า
"ไปตกลงกับพ่อแล้ว โทชิอยู่ได้จนถึงเดือนหน้า เพราะฉะนั้นตอนนี้ก็ยังไม่ต้องคิดอะไรมาก"
สรุปแล้วคืนนั้นก็นอนคิดเรื่องต่างๆจนถึงเช้า ได้ยินเสียงปิดประตู
คุณพ่อกลับมาจากการเดินเล่นยามเช้านี่เอง
โทชิก็เลยออกไปเดินเล่นบ้าง
คุณผู้หญิงของบ้านก็บอกว่า "เดินระวังหน่อยนะเพราะเป็นทางเดินบนเขาน่ะ"
ทางก็เป็นทางบนเขาจริงๆ มีทางชัน มีก้อนหินระหว่างทาง
 
แล้วก็มีเมลจากคาโอริส่งมา
(จากที่อ่านความหมายแล้วเหมือนไม่ได้ส่งให้โทชิ เหมือนเป็นmail group)
"รีบไปจัดการตามข่าวมา ถามพยาบาลถามใครก็ได้แถวนั้น แล้วมาบอกฉัน
ฉันจะตามไปด้วย"
"ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาให้รีบกลับมาที่ nasu"
(เราแค่สงสัยว่าส่งเมลอย่างนี้ไม่กลัวที่โทชิจะรู้เรื่องเหรอ ทำไมไม่ส่งเมลแบบตัวต่อตัว)
 
หลังจากที่เข้าโรงพยาบาลโทชิจึงได้รับรู้ว่าคาโอริไม่เคยจ่ายค่าประกันสุขภาพให้เลย แม้แต่ครั้งเดียว
(คือที่ญี่ปุ่นนี่เขาจะมีประกันสุขภาพสำหรับทุกคน คงคล้ายๆกับประกันสังคม เพียงแต่ไม่ได้หักจากเงินเดือนเราโดยตรง แม้แต่เราที่ไปเรียนยังต้องมีประกันสุขภาพเลย ไม่งั้นมหาลัยไม่ยอมให้เรียน นี่กะใช้หาเงินอย่างเดียวเลย ไม่ยอมจะเสียเงินความเป็นอยู่เหมือนชาวบ้านบ้างเลย)
 
จากนั้นโทชิก็คิดว่าเป็นเพราะเรื่องที่เขาร้องเพลงได้เลยทำให้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นมากมายอย่างนี้
ถ้าเขาหยุดร้องเพลงเรื่องพวกนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น
เวลานั้นเองที่โยชิกิโทรมาบอกว่าให้ไปอัดมิวสิควีดีโอที่แอลเอ
(ขอแอบขำว่าโยชิกิโทรมาได้เวลาเสมอ เหมือนนางเอกที่มาตอนclimax)
 
โทชิบอกว่าครอบครัวที่เขามาอยู่นี้ เป็นตำรวจทั้งตระกูล
(เข้าใจแล้วว่าทำไมอยู่ๆโทชิถึงไปร้องเพลงให้กรมตำรวจได้ มีสายสัมพันธ์อันดีนี้เอง
แล้วทำไมอยู่ดีๆไปอยู่บ้านตำรวจได้ละเนี่ย 555 คุณhurrygoround บอกว่ามันต้องเป็น
แผนของโยชิกิแน่นอนเลย)
 
วันสุดท้ายที่อยู่ที่บ้านนี้คุณพ่อของบ้านนี้ก็ชวนโทชิไปกินข้าวเย็น
"จะดื่มอะไรดีวันนี้"คุณพ่อถาม
"ผมไม่เอาดีกว่า"โทชิตอบ คือจริงๆแล้วกลัวจะดื่มแล้วเมาแล้วพูดอะไรแปลกๆออกไป
"เหรอ งั้นฉันของเหล้าญีปุ่น"
"งั้นผมเอาด้วย"
ระหว่างที่ทานอาหาร "เธอทำอะไรอยู่เหรอ"
"ผมเป็นนักร้อง"
"อ๋อ เป็นนักร้อง ชื่ออะไรนะ"
"โทชิครับ"
"อะไรนะ"
"โทชิครับ"
"แต่ก่อนนะฉันเคยมีลูกชื่อโทชิ แต่ว่าเขาตายไปแล้ว"
โทชิไม่รู้ว่าจะตอบอะไรดี
 
วันรุ่งขึ้นโทชิเลยคิดที่จะไปปรึกษาเรื่องที่ผ่านมากับคุณพ่อคนนี้
โทชิก็เริ่มเล่าเรื่องที่เจอคาโอริเจอมาซายะ
แล้วคุณพ่อก็ถามว่า"โทชิอายุเท่าไหร่แล้ว"
"44แล้วครับ"
"อืม ยังหนุ่มเลยเนอะ"
"อายุเท่านี้ไม่หนุ่มแล้ว อายุมากแล้ว"
"ถ้าโทชิอายุมากแล้ว แล้วฉันละเรียกว่าอะไร"
(ก็จริงเนอะ คือคุณพ่ออายุประมาณ80แล้ว)
"แล้วต่อจากนี้ไปโทชิคิดว่าจะทำอะไร"
"ยังไม่รู้เลยครับ กำลังหางานอย่างอื่นอยู่"
"เกลียดการร้องเพลงแล้วเหรอ"
(คิดว่าทุกคนคงคิดเหมือนเราว่า โทชิเป็นนักร้องนะดีแล้ว จะให้ไปทำอะไรอย่างอื่นละ
ทำงานธุรการเหรอ? ไม่เหมาะแน่)
"ก็ไม่ใช่อย่างนั้น แต่พอร้องเพลงแล้วก็ออกมาเป็นสภาพนี้"
คุณพ่อยื่นซองจดหมายให้ แล้วบอกว่า"วันหลังมีอะไรเดือดร้อนก็มาปรึกษาได้นะ"
ในซองนั้นมีเงินพอที่จะเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและค่าทนาย
(คือคุณพ่อไปทำอะไรมาถึงมีเงินมากมายขนาดนี้ และทำไมถึงถูกใจโทชิมากขนาด
ให้เงินมามากมายขนาดนี้ได้ อ๋อ ลืมบอกไปว่าค่าโรงบาลก็ครอบครัวนี้เป็นคนจ่าย)
 
หลังจากนั้นโทชิเลยไปปรึกษากับคุณพ่อเรื่อง x japan ว่าจะทำต่อดีไม่ทำต่อดี
คุณพ่อตอบกลับมาว่า "ถ้าที่นั่นมีเพื่อนอยู่ละก็ไปซิ"
"แต่ว่าผมยังไม่มีชุดที่จะใส่ไปถ่ายมิวสิควีดีโอเลย"
คุณผู้หญิงของบ้านก็พูดว่า"เดี๋ยวฉันไปค้นหาชุดมาให้"
แล้วก็หายไปพักหนึ่ง และกลับมาพร้อมเสื้อผ้าเป็นกองภูเขา
"คุณพ่อนี้มีสไตล์เหมือนกันนะเนี่ย"
(ขอขำอีกรอบ คือคุณพ่อที่เป็นตำรวจ แต่มีเสื้อโค้ท ผ้าพันคอ รองเท้าบูท กางเกงหนัง
หมวก สูท เสื้อเชิ้ต แว่นกันแดด และเครื่องประดับอีกเยอะที่เอาไปถ่ายมิวสิคได้เนี่ยนะ 55555
คุณ hurrygoround มีทฤษฎีว่ามันคือชุดที่โยชิกิส่งมาให้)
 

edit @ 1 Feb 2015 11:20:23 by hurrygoround4live

เนื่องจากเป็นวันหยุดยาวและเนทเป็นใจเลยมาอัพต่อ
*************************************
 
ผู้จัดงานคนนั้นได้พาโทชิมาที่บ้านแห่งหนึ่งกลางหุบเขา
มาถึงก็เจอประตูหน้าที่หรูหราสไตล์ยุโรป
แล้วผู้จัดก็ขับมาจอดที่บ้านหลังใหญ่ และลงมาเคาะประตู
"เงียบๆ พ่อนอนแล้ว วกมาด้านในซิ"มีเสียงหนึ่งตอบมา
ทั้งสองเลยอ้อมไปด้านหลังที่มีบ้านอยู่อีกหลังหนึ่ง
"เข้ามาก่อนซิ เกิดอะไรขึ้น"ผู้หญิงที่มาเปิดประตูให้ถาม
"คนนี้คิดว่าเธอคงรู้จัก ให้เขาพักที่นี่สักพักซิ"
"คุณเป็นใคร"เธอถามอย่างตกใจ
หลังจากคิดอยู่พักหนึ่งก็พูดว่า "อ๋อ โทชิใช่ไหม เกิดอะไรขึ้น
แล้วจะไปอธิบายให้พ่อฟังยังไงดีละ เป็นศิลปินด้วย"
"ก็อย่าไปบอกพ่อเรื่องนี้ซิ ขอร้องละ"
"ก็ได้ พรุ่งนี้คุณต้องเป็นคนไปอธิบายให้พ่อฟังเองนะ"
"รู้แล้ว"
"ว่าแต่อธิบายมาหน่อยซิว่าทำไมถึงมาที่นี่"เธอหันมาถามโทชิ
"มาจากโรงพยาบาล"
"ทำไม"
"เพราะมีคนไล่ตาม"
"หนึมาเหรอ"
"ใช่ เพิ่งหนีออกมาได้"
"ตอบดีๆหน่อยซิ"
"นี่แหละคือความจริงแล้ว"
"น่ายังไงตอนนี้ก็ดึกแล้ว ก็เหนื่อยกันมากแล้ว เอาไว้คุยกันพรุ่งนี้แล้วกัน
ว่าแต่มีอะไรอุ่นๆให้ดื่มหน่อยไหม"ผู้จัดงานพูด
"ก็ได้"เธอตอบแบบโกรธๆ
ทั้งสองคนจึงขึ้นไปนอนที่ชั้น 2 ที่เป็นห้องพักสำหรับแขก
 
แล้วเหตุการณ์ก็เป็นไปเหมือนที่โทชิคิดคือคาโอริไปที่โรงพยาบาลแต่เช้า
ไปค้นหาทุกห้องพักของโรงพยาบาล และยังไปตื้อที่เคาน์เตอร์พยาบาลด้วย
ว่าโทชิไปไหน
(ทำไมถึงไม่โดยยามของโรงพยาบาลลากตัวออกไปนะ ฐานทำความเดือดร้อนให้คนอื่น)
พอโทชิบอกเรื่องนี้ให้ผู้จัดงานฟังเขาก็พูดขึ้นว่า
"ถ้าเขาป่วยนะ ภรรยาเขาจะต้องเป็นห่วงแน่ๆ จะต้องถามถึงอาการ
แล้วจะต้องมาขอบคุณทุกคนที่โรงพยาบาลด้วยที่ช่วยสามีของเธอ
ไม่ใช่มาสร้างความเดือดร้อนให้กับโรงพยาบาลแบบนี้
ฉันตกใจกับการกระทำของเธอมากเลย"
(เราว่าคนญี่ปุ่นนี่ไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวของชาวบ้านกันนะ
เราว่าผู้จัดงานคนนี้ต้องมีใครส่งมาชี้ช่องให้โทชิเห็นว่าความเป็นจริง
มันควรจะเป็นยังไงแน่เลย)
 
ตอนเช้าทั้งสองคนก็ไปขอร้องให้โทชิอยู่ที่บ้านนี้อีกรอบ
ก็เป็นเวลาที่พ่อเดินกลับมาจากการเดินเล่นตอนเช้าพอดี
"ทำอะไรกันอยู่เหรอ"
"คุณพ่อ ไม่เจอกันนานเลยนะ มีเรื่องมาขอความช่วยเหลือ"
"นั่งก่อนซิ"
"คืออย่างนี้ อยากจะขอให้คนรู้จักพักที่บ้านนี้สักอาทิตย์หนึ่งจะได้ไหม
ค่าใช้จ่ายทุกอย่างผมจะเป็นคนจัดการให้เอง"
"คนนี้ใช่ไหม"
"ใช่ครับ ผมเดยามะ ยินดีที่ได้รู้จักครับ"
"สุขภาพไม่ดีเหรอ"
"ครับ เหนื่อยจากหลายสิ่งหลายอย่างครับ"
"อืม จะจากสาเหตุอะไรก็ตาม พักที่นี่ก่อนสัก2-3 วันก็แล้วกัน
ส่วนเงินค่าใช้จ่ายนะไม่ต้องการหรอก"
"ขอบคุณครับ"
"ว่าแต่ 2-3 วันเท่านั้นนะ"
"ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณมากเลยครับ"
 
โทชิบอกว่าตัวเองก็คิดไปต่างๆนานาว่าถ้าคาโอริหาเขาที่โรงพยาบาลไม่เจอจะตามมาที่นี่ไหม
แล้วถ้าต้องหนีจากที่นี่จะไปไหนต่อดี
ตอนเย็นคุณผู้หญิงของบ้านก็มา
"มีใครตามมาหรือเปล่า"โทชิถาม
"ไม่มีใครตามมาหรอก สบายใจได้"
"ผมทำอะไรจนมาถึงจุดนี้ได้"
"อะไรก็ตาม พักผ่อนก่อน เดี๋ยวก็เจ็บหน้าอกขึ้นมาอีกหรอก"
 
ติดตามเรื่องราวของบ้านนี้ต่อได้ในตอนต่อไป .....By Tualek.....

edit @ 4 Jan 2015 12:09:16 by hurrygoround4live

edit @ 4 Jan 2015 22:34:48 by hurrygoround4live

หนีออกจากขุมนรก

posted on 02 Jan 2015 12:42 by hurrygoround4live in ToshiBook directory Entertainment, Asian
 มีอยู่ครั้งหนึ่งที่โทชิเริ่มรู้สึกว่าเหมือนมาซายะต้องการแต่เงิน
พอคาโอริมาขอเงินอีก โทชิเลยพูดออกไปว่า "แค่เงินอย่างเดียวใช่ไหมที่ต้องการ"
(เราว่าโทชิต้องเหลือทนแล้วจริงๆเลยพูดออกไป เพราะปกติแล้วขนาดโยชิกิใช้เงิน
ไปกลับกินเหล้าหมดตอนอินดี้ ไม่มีเงินนอนโรงแรม ต้องนอนที่สวนสาธารณะ
โทชิยังไม่ได้พูดอะไรรุนแรงเลย ถึงจะมีบ่นง๊องแง๊งไม่พอใจบ้างก็ตาม)
คาโอริเลยแสดงเป็นนางเอกผู้น่าสงสารน้ำตาคลอเบ้าและบอกว่า
"กล้าพูดแบบนี้ต่อหน้ามาซายะไหม"
 
หลายวันผ่านไป โทชิก็ถูกเรียกให้ไปพบคาโอริกับมาซายะที่โรงแรม
พอไปถึงก็ถูกดุด่าอย่างหนัก แล้วมาซายะก็พูดขึ้นว่า
"แกกล้าหือกับ wanku เหรอ"
(มันคือชื่อสำหรับ home of heart ของคาโอริ)
"อย่างแกข้าขายทิ้งให้ยากูซ่าได้สบายเลยนะ เท่าไหร่ก็เอา"
"ไปขายตัวเองให้ยากูซ่าเป็นการไถ่โทษ ไป๊!"
มาซายะพูดพลางใช้เท้ากระทืบลงที่กลางหลังอย่างแรงหลายครั้ง
คาโอริก็เข้ามาร่วมวงด้วย
โทชิคิดว่า "อย่างนี้มันเรียกว่าทำร้ายร่างกายแล้ว"
ตอนแรกโทชิเชื่อว่าการทำร้ายร่างกายและจิตใจก็เพื่อให้โทชิเติบโตขึ้น
แต่ยิ่งผ่านไปยิ่งดูไม่ใช่ ยังไงก็ดูเป็นแค่การทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจเฉยๆ
และเมื่อพูดถึงเรื่องการขายทิ้งให้ยากูซ่า มาซายะเคยเล่าว่า
เขาเป็นเพื่อนกับหัวหน้ากลุ่มยากูซ่าแห่งหนึ่งตั้งแต่ตอนที่ทำดิสโก้และบาร์ที่่ Roppongi
และยังเรียกชื่อหัวหน้ากลุ่มอย่างสนิทสนมเป็นปกติในบทสนทนาด้วย
(อันนี้เราก็ไม่รู้ว่าเขาแค่ขู่หรือพูดจริง)
โทชิกลัวเรื่องนี้เป็นอย่างมาก กลัวขนาดชาไปทั้งหลัง เหงื่อก็เริิ่มไหลออกมา
จึงตั้งใจที่จะหนีขึ้นมา
 
หลังจากนั้นก็เริ่มคิดแผนที่หนีขึ้นมาไม่ว่าจะไปที่ไหน ทั้งโอกินาว่า
(จนผู้จัดการที่โอกินาว่าถามขึ้นว่าเป็นอะไรหน้าตาดูเหนื่อยจังเลย)
ทั้งโอซาก้า จนกระทั่งกลับมาที่โตเกียว พอดีผู้จัดการของโยชิกิโทรมาบอกว่า
"โยชิกิบอกว่ามีเพลงใหม่ของ x japan อยากให้อัดเสียง"
(คือสงสัยว่าทำไมโยชิกิมีเพลงมาให้อัดอย่างได้จังหวะขนาดนี้)
พอไปถึงที่สตูดิโอสต๊าฟก็บอกให้รอโยชิกิโทรมาก่อน
โทชิเลยนั่งรอที่โซฟาเลยคิดว่า "ตอนนี้ก็อัดเสียงจนถึงเช้า ก็ไม่ต้องรับโทรศัพท์จากคาโอริก็ได้
พรุ่งนี้ตารางก็ไม่มีอะไร อีก2วันก็ไม่มีอะไร แปลว่าไม่ต้องรับโทรศัพท์แล้วก็หายตัวไประหว่างนี้"
แล้วผู้จัดการของโยชิกิก็มาเคาะประตูบอกว่า "โยชิกิบอกว่าเตรียมงานที่แอลเอไม่ทัน
เลื่อนการอัดเสียงออกไปก่อนแล้วกัน"
โทชิเลยกลับไปที่ห้องตัวเอง แล้วก็พยายามไม่รับโทรศัพท์ของคาโอริที่พยายามโทรมาทั้งวันทั้งคืน
และแล้วผู้จัดการของโยชิกิก็โทรมาบอกว่าพรุ่งนี้ 9โมงเช้าช่วยมาอัดเสียงที่สตูดิโอหน่อย
โทชิคิดว่าถ้าไปพรุ่งนี้ข่าวนี้ต้องได้ยินถึงคาโอริแน่เลย เลยตอบปฏิเสธไป
แต่ผู้จัดการบอกว่าถ้าไม่อัดพรุ่งนี้จะไม่ทันกำหนดการแน่นอน ยังไงก็ต้องอัดพรุ่งนี้
สรุปก็เลยตกลงที่จะไปอัดเสียงพรุ่งนี้
 
วันรุ่งขึ้นก็ขึ้นแท๊กซี่ไปสตูดิโอ พอกดลิฟท์ขึ้นไปที่ชั้น 3 ก็เกือบหยุดหายใจ
เพราะคาโอริยืนรออยู่!
คาโอริทำท่าจะเข้ามาคว้าแขนแต่โทชิหลบและเดินเข้าสตูดิโอไป
เข้าไปอัดเสียงได้สักพัก โทชิก็เดินออกมาเข้าห้องน้ำ ก็พบว่าคาโอรินั่งรออยู่ที่ล็อบบี้
คาโอริจะเข้ามาคว้าแขนก็พอดีมีคนหนึ่งเข้ามาจะคุยกับโทชิด้วย
โทชิเลยหลบเข้าห้องน้ำไป
ผ่านไป 12ชั่วโมงการอัดเสียงก็จบลง โทชิคิดว่าจะวิ่งหนี
แต่พอออกมาจากสตูดิโอก็โดนคาโอริคว้าแขนและลากลงชั้นหนึ่งที่มีสต๊าฟของ home of heart รออยู่
ทั้งหมดก็ขึ้นรถตู้ออกไป
ในรถตู้ คาโอริก็ด่าทอต่างๆนานาๆพร้อมกับฟาดท่อนเหล็กเข้าที่หลังหลายต่อหลายครั้ง
เมื่อมาถึงบ้านมาซายะ
"ฆ่าเจ้าคางยื่นนี่ซะ"มาซายะพูดกับคาโอริ
คาโอริเข้ามาชกที่กลางหลังของโทชิ
และก็มีคนอื่นเข้ามากระทืบเข้ากลางหลัง
ทั้งความเจ็บปวดทั้งหายใจไม่ออก ก็เหมือนจะหมดสติไป
จากนั้นก็เหมือนจำอะไรไม่ค่อยได้ รู้สึกตัวอีกทีก็นั่งรถออกมาที่โรงแรมใกล้สถานีnasushiobaraแล้ว
 
หลายวันต่อมาขณะที่งานๆหนึ่งอยู่ดีๆโทชิก็เกิดหายใจไม่ออกและเจ็บที่หน้าอกอย่างมาก
ผู้จัดงานเลยรีบพาไปโรงพยาบาล
พอโทชิได้สติ ก็คิดว่าเดี๋ยวคาโอริจะต้องมาแบบคราวที่แล้วอีก เลยคิดจะหนีออกจากโรงพยาบาล
ผู้จัดงานงงๆไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
"แล้วจะหนีไปไหนละ"ผู้จัดงานถาม
"ยังไม่รู้ แต่ยังไงก็ต้องหนึ"โทชิตอบ
สรุปผู้จัดงานเลยตัดสินใจพาโทชิไปที่บ้านญาติตัวเอง
 
ติดตามความลึกลับของผู้จัดงานคนนี้ต่อไปได้ในตอนต่อไป... By Tualek

edit @ 4 Jan 2015 12:09:50 by hurrygoround4live

edit @ 4 Jan 2015 22:35:30 by hurrygoround4live