ในงานแถลงข่าวการหย่าร้างระหว่างโทชิและคาโอริ โมริทานิที่นับเป็นการประกาสตัดสัมพันธ์ระหว่างเขาและกลุ่มมาซายะไปด้วย โทชิได้บอกว่าตัวเขากำลังเขียนหนังสือเพื่อเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง10ปีที่โทชิถูกควบคุมและครอบงำโดยกลุ่มมาซายะ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า “Senno Jigoku no 12 Nen Kara no Seikan” เมื่อแปลเป็นภาษาอังกฤษคือ Brainwash - survival from 12 Years in Hell หรือหากแปลเป็นภาษาไทยคงประมาณว่า "เอาชีวิตรอดหลังจาก12 ปีในนรก 'ล้างสมอง' " ซึ่งในตอนแรกนั้นไม่มีใครสามารถจินตนาการถึงชะตากรรมที่โทชิต้องเผชิญได้เลย

จนกระทั่งหนังสือออกวางจำหน่ายเมื่อกลางปี 2014 (พ.ศ.2557)ที่ผ่านมา หลายคนที่ได้อ่านเนื้อความด้านในต่างมีความรู้สึกแบบเดียวกันว่าชีวิตของโทชินั้นทุกข์ทรมาณครั้งแล้วครั้งเล่าดังตกอยู่ในนรก เนื้อความในหนังสือเปิดเผยถึงความน่ากลัวของขบวนการล้างสมองและมันดูดิบ และน่าสะพรึงกลัวเทียบเท่าหรืออาจมากกว่าภาพยนตร์แนวจิตวิทยาอย่าง SAW IV เสียอีก ในช่วงแรกของการอ่านหนังสือได้สร้างความตึงเครียดให้ผู้อ่านจนไม่กล้าที่จะเปิดไปยังบทต่อไปแม้นจะรู้ดีว่าในตอนสุดท้ายนั้นโทชิรอดออกจากนรกนั้นสำเร็จ*

โทชิเปิดเผยว่าได้ใช้เวลาในการเขียนหนังสือเล่มนี้อยู่แรมปี โดยมีจุดประสงค์เพื่อเปิดเผยเรื่องราวที่แท้จริงทั้งหมด และสร้างความเข้าใจให้แฟนเพลงโทชิที่ยังหลงเชื่อกลุ่มของมาซายะ และยังคงซื้อสินค้าเช่น CD เพลงหรือ Live concert ฯลฯ ที่ทางกลุ่มเคยใช้โทชิเป็นเครื่องมือ ให้หยุดสินค้าและให้การสนับสนุนกิจกรรมที่ทางกลุ่มแอบอ้างใช้ชื่อโทชิเพื่อผลประโยชน์

แต่การเขียนหนังสือเล่มนี้ทำให้โทชิต้องกลับไปเผชิญหน้ากับอดีตอันน่าสะพรึงกลัวอีกครั้ง เป็นการขุดค้นความทรงจำอันเจ็บปวดและทรมาณเป็นที่สุดขึ้นมาใหม่...ความทรงจำที่ใครหลายคนมิอยากได้รับ... โทชิเล่าว่าหลายครั้งเมื่อเขียนหนังสือเขาจะรู้สึกโกรธแค้นและเจ็บปวดเป็นอันมากกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้น แต่เมื่อเขียนจบแล้วนั้นสิ่งที่เขาได้กลับมาคือ การที่โทชิสามารถแยกแยะได้ว่านั่นเป็นเพียงอดีตที่เคยเกิดขึ้นและจบลงไปแล้ว ดังนั้นเมื่อสามารถแยกแยะอดีตและปัจจุบันได้ นั่นหมายความว่าโทชิสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อย่างไม่ต้องกลัวอดีตนั้นจะมาตามหลอกหลอนอีกต่อไป

เมื่อมีคนถามความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังสือของโทชิจากโยชิกิ โยชิกิจึงตอบว่า “ในหนังสือเล่าเพียงส่วนหนึ่ง แต่เรื่องจริงทั้งหมดมันน่ากลัวยิ่งกว่านั้นเสียอีก”

ย้อนกลับไปช่วงหลังจากคอนเสริต์ reunion ของ X Japan ในปี 2008 (พ.ศ.2551) โยชิกิเคยให้สัมภาษณ์ว่าเขาวางแผนไว้ว่า X Japanจะมีการออกไปเล่นเป็นครั้งแรกในนามของ X Japan และจะเริ่มต้นที่นิวยอร์ก** หากไม่นับว่า X Japan เล่นคอนเสริต์ที่นิวยอร์กเพื่อปิดฉากทัวร์คอนเสริต์ในอเมริกาในวันที่ 10 ตุลาคม ปี 2010 (พ.ศ. 2553) คอนเสริต์ X Japan ที่จัดขึ้นในเดือนตุลาคมปี2014 (พ.ศ.2557) ที่ Medison Square Garden สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เหล่านักดนตรีใฝ่ฝันจะได้ขึ้นเล่นคอนเสริต์สักครั้งในชีวิต ก็ดูเหมือนจะเป็นคอนเสริต์ที่ X Japan ได้เปิดตัวครั้งใหม่อย่างยิ่งใหญ่ และสง่างาม ภายหลังจากที่โทชิเดินกลับสู่ X Japan อย่างแท้จริงโดยไม่หวาดกลัวต่อเงาอดีตอีกต่อไป

ระหว่างแถลงข่าวการหย่าร้างกับคาโอริ โมริทานิและตัดขาดจากกลุ่มมาซายะในช่วงต้นปี 2010 (พ.ศ. 2553) เมื่อนักข่าวถามถึงโยชิกิ โทชิได้ตอบคำถามด้วยน้ำตา“ผมคุยกับโยชิกิทุกวัน และวันนี้ก่อนงานแถลงข่าวผมก็ได้คุยกับเขา และเขาพูดว่าเขาจะช่วยผม เรามาสู้ด้วยกันเถอะ และเพราะเขาจึงทำให้ผมรู้ว่าเพื่อนคนที่ผมจะคบกันไปตลอดชีวิตคือเพื่อนคนเก่า(ที่สุด)ของผมคนนี้”

พร้อมกันนี้โยชิกิได้ส่งข้อความผ่านทางเว็บไซต์ ด้วยว่า

“ระหว่างตัวผมกับโทชิได้เจอเรื่องต่างๆ มากมายจริงๆ ทั้งในฐานะที่เป็นเพื่อน และในฐานะที่เป็นสมาชิกวง X JAPAN กระนั้นก็ตาม ผมและโทชิก็เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเด็ก ถ้าเพื่อโทชิละก็... ถ้าให้ความเข้มแข็งแม้เพียงเล็กน้อยแก่โทชิและแก่แฟนๆที่คอยให้กำลังใจเขาละก็... ผมคิดว่าไม่ว่าจะต้องให้ความร่วมมือมากเท่าใดก็จะทำ

ทั้งเวลาที่อยู่ใกล้ และแม้เวลาที่อยู่ไกลกัน ถ้าช่วยเหลือโทชิได้ล่ะก็... ทั้งตอนนี้และก็ต่อจากนี้ไป ผมเองคิดว่าความรู้สึกนึกคิดแบบนั้นต่อเขาจะไม่เปลี่ยนแปลง เพราะอะไรนะเหรอ เพราะตัวผมเองก็เคยได้รับการช่วยเหลือจากทั้งโทชิ ฮิเดะ และสมาชิกคนอื่นรวมทั้งแฟนเพลงมาก่อนถึงได้มายืนอยู่ที่จุดนี้

ทั้งโทชิ ทั้งตัวผมเองรู้ว่าเส้นทางที่จะเดินต่อจากนี้ไปคิดว่าไม่ใช่ทางที่สบายนักหรอก แต่เราจะรวมพลังกันพยายามต่อไป”

YOSHIKI

(อ้างอิงจาก บทแปลโดยคุณ TUALEK, มกราคม 2553 ซึ่งลงไว้ที่ exteen.com)

ดูเหมือนว่าเหตุผลที่แท้จริงซึ่งทำให้น้ำตาของโทชิไหลนั้นคงคล้ายกับที่โยชิกิมีน้ำตา นั่นคือเพราะความผูกพันกันอย่างลึกซึ้งระหว่างเพื่อนนั่นเอง

และทั้งหมดนี้คงเป็นความหมายของน้ำตาบนใบหน้าโยชิกิ

-----------------------------------------------------------------------------------------

ART OF LIFE

Art of life
an Eternal Bleeding Heart
you never wanna breath you last

wanna live
can't let my heart kill myself
still I'm feeling for
a rose is breathing love
in my life

ชะตาชีวิต...

หัวใจนั้นโศกเศร้าตลอดกาล จนเธอไม่อาจทนมีชีวิตอยู่ถึงวันสุดท้าย

ไม่! อยากจะมีชีวิต ...ไม่อาจให้ความรู้สึกมาฆ่าตัวฉันได้

ฉัน...ยังรู้สึกได้ถึงดอกกุหลาบนั้นที่ยังหายใจด้วยรักในชีวิตฉัน

เนื้อเพลงจาก http://sz4m.com/l92751

-----------------------------------------------------------------------------------------

*คือช่วงที่หนังสือโทชิออกมาใหม่ๆ และคุณ Tualek อ่านและมาแปลให้ฟัง เกิดความรู้สึกกันแบบนั้นเลย ขนาดเราเป็นคนฟังเองก็รู้สึกมันตึงเครียดมากและกดดันมาก ด้วยความสงสัยว่าจะมีคนเป็นแบบเราๆ ไหมจึงไปดู review ของแฟน X ต่างประเทศ ปรากฎว่าทุกคนรู้สึกเหมือนๆ กัน บางเว็บพยายามแปลให้แฟน X คนอื่นๆเข้าใจเนื้อหาในหนังสือโทชิ แต่เลือกที่จะข้ามไม่พูดถึงบางบทที่ไม่เกี่ยวข้องกับโยชิกิไปเลย เพราะเขารู้สึกว่ามันโหดร้ายมาก และบางเว็บที่แปลก็ใช้วิธีสรุปง่ายๆ ในบทที่กล่าวถึงการทรมาณโทชิเพียง 1ประโยคเท่านั้นก็เพราะเหตุผลเดียวกันคือมันโหดร้ายเกินกว่าที่จะแปลมันออกมา

คิดดูว่าเราที่เป็นผู้อ่านยังรู้สึกกันมากขนาดนี้และตัวโทชิเองจะรู้สึกขนาดไหน และไม่แปลกเลยที่โยชิกิซึ่งรู้ความจริงทั้งหมดอย่างละเอียดจากโทชิจะเทหมดหน้าตักเพื่อช่วยเพื่อน

** โยชิกิทุ่มเทมากและได้ไปดูสถานที่ด้วยตนเองด้วยในปี 2008เพราะตั้งใจจะทำแบบนั้นจริงๆ แต่เพราะอาการบาดเจ็บที่คอเลยทำให้ตารางทั้งหมดที่วางไว้เลื่อนออกไปก่อน แต่ปัญหาไม่ได้มีแค่นั้น การเริ่มทำ World Tour ไม่ง่ายเลย อีกประเทศหนึ่งที่โดนเลื่อนคือ ฝรั่งเศส X Japan ตั้งความหวังไว้ว่าจะได้เล่นคอนเสริต์ที่ฝรั่งเศสในปีนั้นแต่ก็ต้องเลื่อนไป(คือเราไม่รู้ว่าเหตุผลจริงๆ คืออะไร รู้แต่ว่าทางทีมงานจัดคอนเสริต์คัดค้านโยชิกิเต็มที่จนต้องยกเลิก) ทีมงานโยชิกิรายงานผ่าน Yoshiki Mobile(เครือข่ายแฟนคลับทางโทรศัพท์ของโยชิกิ)ว่า โยชิกิโมโหมาก ต่อยจนกระจกแตก และออกไปนอนข้างถนนไม่กลับบ้าน 1 คืน และวันต่อมาหลังจากไปออฟฟิส โยชิกิไม่พูดกับใครเลยนอกจากโพสข้อความลงที่ Myspace (โซเชียลมีเดียชื่อดังในขณะนั้น) ว่าเสียใจที่ไม่สามารถจัดคอนเสริต์ได้

 

 

 

By HurryGoround

กรี๊ดดดดดดดดดดดด จบซะที!!!!!!!!!!!!!!!!

Comment

Comment:

Tweet