แม้นจะสามารถออกจากกลุ่มของมาซายะได้สำเร็จแต่เรื่องก็ไม่จบลงง่ายๆ เลยเพราะโทชิต้องเผชิญปัญหาจาก 2 ทาง คือปัญหาจากภายนอก เช่น การตอบโต้ไปมาระหว่างโทชิและมาซายะ การถูกรบกวนบล็อกที่โทชิใช้เผยแพร่ข่าวสารเป็นภาษาญี่ปุ่นหลายต่อหลายครั้ง คดีความ ฯลฯ แต่ที่สำคัญกว่าคงจะเป็นปัญหาจากภายใน โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ ในขณะที่จิตใจของโทชิที่ไม่กลับมาสมบูรณ์ปกติ แต่ดูเหมือนว่าในเรื่องนี้จะมีคนเตรียมทางเดินให้โทชิเพื่อตัดความกังวลเหล่านั้นลงแล้ว

ระหว่างการหลบหนีจากกลุ่มมาซายะและทำให้โทชิได้มีโอกาสได้เข้าไปพักในบ้านพักของอดีตนายตำรวจท่านหนึ่ง นายตำรวจท่านั้นถามโทชิว่าจะทำอะไรต่อไปต่อจากนี้ โทชิตอบว่าจะเลิกร้องเพลงและหางานอื่นๆ ทำ แต่นายตำรวจท่านนั้นก็ถามกลับว่าในเมื่อการร้องเพลงเป็นสิ่งที่เขาทำได้ดีที่สุดทำไมถึงจะละทิ้งไป คำถามของนายตำรวจท่านนั้นมาได้อย่างเหมาะเจาะพอดิบพอดีกับข่าวที่โยชิกิเรียกตัวโทชิให้ไปแสดง MV สำหรับ X Japan ที่ LA ในขณะนั้นโทชิตัดสินใจไปอย่างเสียไม่ได้และคิดว่าจะไปเป็นครั้งสุดท้ายและลาออกจากวง เพราะอีกปัญหาหนึ่งที่โทชิต้องเผชิญอยู่คือไม่สามารถใช้เสียงในการร้องเพลงได้เลย

ทว่าเมื่อไปถึง LA โทชิได้พบว่ากิจกรรมรวมถึงความวุ่นวายที่เกิดขึ้นกับ X Japan ในช่วงปี 2010(พ.ศ.2553) ทำให้โทชิไม่ได้มีเวลาจมปลักอยู่กับความเศร้า ปัญหาคาราคาซัง และเงาอดีตได้เลย

หลังจากที่โยชิกิได้คาดคั้นให้โทชิเล่าปัญหาเรื่องมาซายะและการหลบหนี(ที่โยชิกิน่าจะรู้ดีอยู่แล้ว)ให้ตัวโยชิกิฟังอีกครั้ง และจากนั้นโยชิกิจึงได้เล่าถึงปัญหาความขัดแย้งและเรื่องการฟ้องร้องที่เกี่ยวข้องกับ X Japan ให้โทชิฟัง

ปัญหาที่ว่านั้นคือ การฟ้องร้องเกี่ยวกับรายได้จากการขายบัตรคอนเสริต์ของ X Japan ที่ให้อีกบริษัทหนึ่งมาดูแล บริษัทนั้นจะว่าไปก็มีความสัมพันธ์ทั้งที่ดีและไม่ดีกับโยชิกิ ที่ดีคือเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารบริษัท Unlimited Record (ซึ่งเป็นสังกัดแรกของวง Glay และได้ปลุกปั้นให้ Glayโด่งดัง) ที่ไม่ดีคือผู้บริหารคนเดียวกันโกงโยชิกิและเป็นเหตุให้เกิดคดีฟ้องร้องระหว่างโยชิกิและ Glay เป็นจำนวนเงินถึง700ล้านเยน (คือบางทีก็อยากขอแซวในความเครียดว่า จำเงินที่โยชิกิใช้ดูจะไม่เคยต่ำไปกว่าหลักร้อยล้านเยนเลย) และในครั้งนี้ก็มีปัญหาด้านการส่งรายได้ให้แก่ X Japan ว่าไม่เป็นไปตามสัญญา

ทว่าปัญหาไม่ได้จบแค่นั้น เพราะบริษัทที่ว่านั้นเกี่ยวพันกับ ฮิโรชิ มัตสึโมโตะ หรือน้องชายของฮิเดะอีก และบริษัทเดียวกันนั้นก็ไปเกี่ยวพันกับการจัดการขายตั๋วคอนเสริต์ X Japan ที่จัดขึ้นช่วงเดือนสิงหาคมในปีนั้น(2010)ซึ่งเกิดปัญหาเดียวกันคือการจัดส่งรายได้ และนั่นทำให้โยชิกิฟ้องร้องกับกลุ่มผู้จัดการรายจากการขายตั๋วคอนเสริต์ทั้งหมดในเวลาต่อมา และทำให้ฮิโรชิ มัตสึโมโตะฟ้องร้อง X Japan กลับในเรื่องการที่ไม่จ่ายค่าลิขสิทธ์การใช้ภาพและเพลงที่เกี่ยวข้องกับฮิเดะทั้งหมด จนหนังสือพืมพ์บางฉบับพาดหัวล้อเลียนว่า “ฮิเดะจะลาออกจาก X Japan”

ดูเป็นปีที่ค่อนข้างจะวุนวายสำหรับ X Japanทีเดียว เพราะนอกจากคดีฟ้องร้องแล้ว โยชิกิยังวางแผนเริ่มต้นการทำงานของ X Japan อีกครั้งด้วยจุดมุ่งหมาย การออก World Tour ที่ไม่ได้จัดเฉพาะใน ประเทศเอเชีย อย่างฮ่องกง เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น แต่รวมถึง จีน ไทย ประเทศในยุโรป อเมริกาใต้ และรวมถึงอเมริกา

และเพื่อการนั้นโยชิกิจึงต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อเสริมให้รางกายสามารถเล่นดนตรีและทำงานหนักได้ต่อไป

นอกจากนี้ยังมีการจัดทำอัลบั้มเพลงของ X Japan ที่เป็นการอัดเสียงเพลงดังในอดีตครั้งใหม่เช่น Kurenai และมีการเปลี่ยนแปลงบางเพลงให้เป็นภาษาอังกฤษอย่าง Tears

ดูเหมือนว่าในปีนั้น X Japan จะมีข่าวแทบทุกเดือนเลยทีเดียวทั้งข่าวดีและข่าวร้าย ด้วยกิจกรรมและความวุ่นวายทั้งหมดนั้นคงจะมากพอที่จะดึงให้โทชิออกจากเงาอดีตที่คอยหลอกหลอนได้ไม่ยากเลย

ที่ต้องมีการเตรียมตัวกันในอันดับแรกและเป็นที่ตื่นเต้นที่สุดของวงและแฟนเพลงคงจะเป็นการข้ามโลกไปทัวร์คอนเสริต์ในอเมริกาเป็นที่แรกเพราะนั่นเท่ากับวินาทีที่เคยฝันกันไว้ตั้งแต่เป็นอินดี้นั้นเป็นจริงแล้ว

และที่พิเศษที่สุดคือการแสดงคอนเสริต์ปิดท้ายตารางทัวร์อเมริกาที่นิวยอร์กในวันที่ 10 ตุลาคม ปี 2010(พ.ศ.2553) ดูเหมือนว่าจะเป็นความตั้งใจที่โยชิกิต้องการส่งถึงในวันเกิดโทชิในปีที่โทชิได้เริ่มต้นชีวิตใหม่นอกนรกที่กักขังโทชิมากว่า 10 ปี

เป็นที่น่าสังเกตุว่า ปัญหาการฟ้องร้องเรื่องการส่งรายได้ของ X Japan ก็ดี หรือการฟ้องร้องค่าลิขสิทธิ์ฮิเดะก็ดีทั้งหมดนี้จู่ๆ เรื่องก็จบลงเงียบๆ ในปี 2011(พ.ศ.2554) X Japan ชนะคดีและได้รับเงินจากการฟ้องร้อง 700 ล้านเยน* และสำหรับเรื่องการฟ้องร้องระหว่าง X Japan และ ฮิโรชิ มัตสึโมโตะ น้องชายของฮิเดะในเรื่องค่าลิขสิทธิ์ของฮิเดะ จบลงเงียบมากในปีนี้เอง โดยภาพที่ฮิโรชิ มัตสึโมโตะได้นำกีต้าร์ตัวจริงของฮิเดะมาหยิบยืมใช้แสดงคอนเสริต์ร่วมกับ Luna Sea ใน Lunatic Fest คงสามารถสื่อความหมายได้เป็นอย่างดี

ว่ากันว่าคนเราไม่สามารถอยู่ได้หากไร้จุดหมาย จุดหมายเป็นแรงผลักดันให้เราสู้ บ้างสู้เพื่อประสบความสำเร็จ บ้างสู้เพื่อมีชีวิตรอด และบางทีสำหรับบางคนก็สู้เพื่อตอบแทนคุณความดี

ตามความคิดเห็นส่วนตัวแล้ว โทชิที่หนีออกมาจากกลุ่มของมาซายะได้สำเร็จนั้น เหนื่อยล้า และเจ็บปวดกับการร้องเพลง ชื่อเสียงและเงินทอง เพราะสิ่งเหล่านั้นสร้างให้ครอบครัวโทชิแตกแยกและทำให้คนไม่ดีก้าวเข้ามาฉกฉวยผลประโยชน์จากตัวเขา และลุกลามบานปลายลากให้ X Japan เดือดร้อนไปด้วยหลายต่อหลายครั้ง จิตใจที่เครียดตึงสับสนจึงส่งผลให้โทชิเกิดอาการทางจิตและไม่สามารถส่งเสียงร้องเพลงได้ ดังนั้นเขาจึงต้องการเลิกร้องเพลง

หากจะยกความดีให้ใครสักคนหนึ่งที่ทำให้โทชิยืนหยัดขึ้นมาได้ใหม่และกลับมามีความเชื่อมั่นและร้องเพลงได้อีกครั้ง คงไม่พ้นโยชิกิ ที่ใจเย็นและเด็ดเดี่ยวมากพอที่จะบอกนักร้องที่ร้องเพลงไม่ได้ว่าไม่เป็นไร ก็ไม่ต้องร้องเสียงจริงระหว่างถ่าย MV ที่ LA และความเอาใจใส่ต่อโทชิ ดูแลโทชิอย่างใกล้ชิดโดยตระหนักถึงเงื่อนไขด้านจิตใจของโทชิ(สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ http://hurrygoround4live.exteen.com/20120825/yoshiki-toshi-wedding-part-02-3-like-a-prayer)** ไม่เร่งรัดโทชิในการร้องเพลง ให้เกียรติ และชื่นชมโทชิจากที่ไม่เคยทำมาในอดีต

ดังนั้นหากมองในมุมโทชิ หากมีใครสักคนหนึ่งที่โทชิอยากจะตอบแทนคุณความดีที่เขาทำให้ อยากจะสู้เพื่อช่วยให้เขาได้ผ่านพ้นวิกฤตไป อยากจะสู้ให้เขาคนนั้นบรรลุจุดมุ่งหมาย อยากจะช่วยเหลือเขาด้วยทั้งหมดที่มี ด้วยการร้องเพลงอันเป็นสิ่งเดียวที่ทำได้ ด้วยเสียงที่ดีที่สุด... ใครคนก็คงนับเป็นจุดหมายต่อไปในการมีชีวิตอยู่ของโทชิแล้ว

--------------------------------------------------------------------

ART OF LIFE

https://www.youtube.com/watch?v=fT1KeAd_bqU

ในคอนเสริต์ reunion ปี 2008 เริ่มต้นช้ากว่าเวลากำหนดถึง 2 ชั่วโมง เวลาที่น้อยลงเป็นข้อจำกัดมากเพราะทุกฝ่ายก็รอให้คอนเสริต์จบลงทั้งฝ่ายสถานที่ และรวมถึงตำรวจก็คอยเคลียร์พื้นที่ด้านนอก โยชิกิพูดว่าเวลานั้นถึงจะเล่นได้เพียงเพลงเดียวก็จะเล่น และเพลงที่จะเล่นคือ ART OF LIFE

…. Art of life
I try to stop myself
But my heart goes to destroy the truth
Tell me why
I want the meaning of my life
Do I try to live, Do I try to love
in my dream

ชะตาชีวิตชีวิต....พยายามจะหยุดฉัน

แต่หัวใจฉันกลับทำลายความจริงที่มี

โปรดบอกถึงความหมายของชีวิตฉัน

ฉันพยายามที่จะมีชีวิตอยู่หรือ ...ฉันพยายามที่จะรักงั้นหรือ...ในความฝันของฉัน....

-----------------------------------------------------------------

*เป็นที่น่าสังเกตุมากว่าในเวลาต่อมาคดีที่เคยมีการฟ้องร้องระหว่างโยชิกิกับ Glay ได้จบลงด้วยการจ่ายเงินตามที่Glay ได้ฟ้องร้องไว้คือ 700 ล้านเยน ซึ่งเป็นจำนวนเดียวกันกับที่ได้รับมากจากการฟ้องร้องเรื่องการส่งรายได้จากบริษัทที่เล่ามา

** ลิงค์ที่ลงให้เป็นสิ่งที่เคยสรุปแล้วก่อนที่หนังสือโทชิจะออกมา บางอย่างมันก็เป็นการคาดเดาจากข้อมูลเหมือนกันเช่นความรู้สึกของโทชิ แต่ที่ยังเอามาลงให้ลองเข้าไปอ่านเพราะว่ามีแปลการแถลงข่าวของโทชิเพื่อหย่ากับคาโอริ โมริทานิ และตัดขาดจากกลุ่มของมาซายะ รวมถึงตอนที่โทชิไปถ่าย MV ที่ LA

 

By  HurryGoround

edit @ 5 Nov 2015 22:26:26 by hurrygoround4live

Comment

Comment:

Tweet