คราบน้ำตาบนใบหน้าโยชิกิ 5 : JADE

โทชิเล่าผ่านหนังสือของตนเองว่าหลังจากที่เล่นคอนเสริต์ reunion ในเดือนมีนาคม ก็มีการประกาศการแสดงคอนเสริต์ Hide Summit ในช่วงเดือนพฤษภาคม เพื่อรำลึกถึงการจากไปของฮิเดะ เป็นการจัดโดยรวบรวมเอานักดนตรีรุ่นน้องที่ให้ความนับถือฮิเดะขึ้นแสดงด้วยกัน โทชิเล่าว่าการร่วมคอนเสริต์ในครั้งนั้นทำให้โทชิมีโอกาสได้พูดคุยกับเพื่อนนักดนตรีมากขึ้นและถือโอกาสปิดมือถือหนีจากการโทรตามด่าทอของคาโอริ โมริทานิพูดง่ายๆ คือเสียงด่าทอที่ใช้ควบคุมโทชิจากกลุ่มของมาซายะอีกด้วย

ซึ่งความสนิทสนมกับเพื่อนนักดนตรีคนอื่นๆ ที่เพิ่มมากขึ้นได้ฉุดช่วยโทชิออกจากสิ่งแวดล้อมภายใต้การควบคุมจากกลุ่มของมาซายะ และคาโอริ โมริทานิ และในขณะเดียวกันเป็นไปในแนวทางที่ 3 ที่กล่าวจะถึงต่อไปนั่นคือการสร้างความมั่นใจให้โทชิก้าวเดินออกจากกลุ่มของมาซายะได้สำเร็จจากการสนับสนุนจากเพื่อนๆ ที่ไม่ใช่เพียงโยชิกิ

เช่น เพื่อนจากวงรุ่นน้องอย่าง Luna Sea อย่างชินยะมือกลองวง Luna Sea ก็สนิทกับโทชิมากขึ้นมาก และได้ร่วมเล่นดนตรีกับโทชิในฐานะมือกลองวงส่วนตัวของโทชิที่ชื่อว่า T-Earth ที่อยู่ใต้สังกัดมาซายะถึง 1ปี(พ.ศ 2551) โดยวงดังกล่าวได้มีนักดนตรีร็อครุ่นน้องจากวง Chalotte มาร่วมงานด้วย และในคอนเสริต์เดี่ยวของโทชิหลังจากที่โทชิก้าวออกจากกลุ่มของมาซายะเต็มตัว ชินยะก็ได้ให้เกียรติมาเป็นแขกรับเชิญในงานอีกด้วย

โดยเป็นที่น่าสนใจคือเมื่อ X Japan กลับมารวมวงใหม่ ฮีทสนิทสนมกับโทชิมากขึ้น เช่น ไปหาโทชิที่ห้องอัดเสียง ไปกินเนื้อย่างด้วยกัน(ที่โทชิบอกว่าฮีทกินน้อยมาก) ฯลฯ โดยความจริงแล้วฮีทค่อนข้างนับถือโทชิอยู่ก่อนแล้วโดยเฉพาะในเรื่องการร้องเพลงแต่ในช่วงก่อนที่วงX Japan จะยุบไปในปี1997 ฮีทไม่ค่อยได้มีโอกาสได้สนิทสนมกับโทชิเท่าที่เป็นอยู่ปัจจุบัน

ความเคลื่อนไหวของฮีทเป็นเรื่องที่ไม่อาจมองข้ามได้เลยโดยเฉพาะในช่วงปี 2009(พ.ศ.2552)เมื่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับฮีททำให้คอนเสริต์X Japanที่ไต้หวัน และเกาหลีใต้ต้องเลื่อนออกไปโดยไม่มีกำหนด

Jade เป็นเพลงที่โยชิกิแต่งขึ้นเพื่อ X Japan เขาเล่าว่าแรงบันดาลใจมาจากการที่ได้ไปเคารพสุสานฮิเดะหลังจากงานคอนเสริต์ reunion ในวันที่ 28-30 มีนาคม ปี 2008(พ.ศ.2551)

เนื้อเพลงนั้นมีความหมายลึกซึ้งมาก แต่ช่วงที่มีการเปิดตัวเป็นครั้งแรกบนเวทีคอนเสริต์ X Japan ในเดือนพฤษภาคม ปี 2009 (พ.ศ.2552) ตัว HurryGoround เองเคยตีความไว้ว่าโยชิกิแต่งได้เข้ากับสถานการณ์ของฮีทในช่วงต้นปีนั้น โดยเหตุการณ์มีอยู่ว่า จู่ๆ ก็มีข่าวลือที่ปล่อยออกมาไว้ฮีทออกจากสังกัดของตัวเอง(บริษัทค่ายนักดนตรีที่ช่วยเหลือจัดการรายละเอียดและผลประโยชน์ในงานของฮีททั้งหมด รวมถึงข่าวสารต่างๆด้วย) สาเหตุที่ออกเพราะเชื่อคำยุของแฟนสาวที่เป็นช่างภาพว่า ออกจากบริษัทนั้นและมาตั้งบริษัทเองดีกว่าจะได้กำไรมากกว่า ประธานบริษัทนั้นเองเป็นผู้ให้ข่าวกับหนังสือพิมพ์ชื่อดังประเภทซุบซิบดาราและต่อว่าฮีทว่าไม่เป็นลูกผู้ชาย เพราะไม่บอกด้วยตัวเองและส่งทนายให้เป็นคนจัดการ และมีข่าวลือไปไกลกว่านั้นว่าฮีทอาจจะลาออกจาก X Japan และอาจมีปัญหากระทบกับคอนเสริต์ที่กำลังจะจัดขึ้นในโตเกียวเดือนพฤษภาคมในปีนั้น เพราะก่อนหน้านั้นมีการเลื่อนการจัดคอนเสริต์ที่ไต้หวัน และเกาหลีไต้ออกไปอย่างไม่มีกำหนดโดย X Japan ไม่ได้บอกสาเหตุชัดเจน ซึ่งหลายๆคน (และรวมถึงตัวHurryGoroundเอง)มองว่าอาจเป็นเพราะเรื่องที่ฮีทออกจากต้นสังกัด แต่ฝั่งของฮีทนั่นเงียบสนิทและเมื่อข่าวเผยแพร่ออกไปจากนั้นก็มีอีเมลล์จำนวนมหาศาลส่งไปให้กำลังใจฮีทในเว็บไซต์เป็นทางการ ปัญหาดังกล่าวค่อยๆ คลี่คลายลง หลังจากที่ฮีทออกข่าวผ่านเว็บไซต์เป็นทางการว่ารู้สึกสำนึกขอโทษที่ทำให้ทุกคนเป็นห่วง แต่ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น ซึ่งหลังจากนั้นโยชิกิได้กลับมายังญี่ปุ่นเขาเล่าว่าได้พูดคุยกับฮีทและฮีทไม่ได้มีปัญหาอะไรในการทำวง X Japan จากนั้นบนเวทีคอนเสริต์โทชิได้พูดให้กำลังใจฮีทว่า “ช่างหัวพวกที่คิดจะแบล็คเมล์ไป ไม่ต้องกลัว” และหลังจากนั้นฮีทได้เข้าไปอยู่ในสังกัดใหม่ซึ่งเป็นสังกัดเดียวกับโทชิ หรือพูดง่ายๆว่าเป็นสังกัดเของมาซายะนั่นเอง ฮีทออกกิจกรรมร่วมกับโทชิ และมีอีเวนท์ของตัวเอง ทว่าฮีทก็ยังเป็นฮีทที่เงียบขรึม ฮีทปฎิเสธงานที่ไม่ได้ต้องการทำ (เช่น มีข่าวว่าฮีทจะร่วมงานเดินแบบชุดแต่งงาน แต่สุดท้ายก็ยกเลิกไปเพราะฮีทปฎิเสธจะทำ) และฮีทเลือกงานที่ตัวเองจะทำเอง ใจของฮีทนั่นคิดอะไรนั้นไม่มีใครรู้เลย พอๆ กับเหตุผลที่ว่าทำไมฮีทถึงเลือกเข้าไปอยู่สังกัดเดียวกับโทชิ

หากในปี 2009 เพลง Jade คล้ายจะบอกเล่าเรื่องราวของฮีท แต่โดยความจริงแล้ว Jade บอกเล่าเรื่องราวของใครกันแน่ สิ่งที่เกิดขึ้นกับฮีทกำลังเป็นตัวอย่างสะท้อนให้ใครดูอยู่รึเปล่า การถูกปั่นหัว การถูกแบล็กเมล์ การตกเป็นจำเลยของสังคมในสิ่งที่ฮีทไม่ได้พูดด้วยซ้ำว่าตนได้ทำอะไรหรือปฎิเสธว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องของตน ....ว่ากันว่าคนเราเมื่อเผชิญปัญหาตัวเองอาจจะหลงและแก้ไขไม่ได้เพราะไม่สามารถมองเห็นโครงสร้างของสิ่งที่เผชิญทั้งหมด แต่หากเป็นปัญหาของคนอื่นอาจมองเห็นทั้งหมดโดยองค์รวมได้ง่ายกว่าและสามารถกำหนดวิธีแก้ปัญหาได้ชัดเจน หากสิ่งที่โทชิได้ทำเพื่อปกป้องฮีทเช่นที่กล้าจะพูดว่า “ช่างหัวพวกที่คิดจะแบล็คเมล์ไป ไม่ต้องกลัว” นั่นก็เท่ากับโทชิได้แนวทางที่จะใช้กับตนเองด้วยเมื่อเกิดปัญหาเดียวกัน และอย่างน้อยโทชิได้เห็นฮีทที่กล้าเดินออก กล้าปฎิเสธ เป็นตัวอย่างการแก้ไขปัญหาอีกด้วย ดังนั้นหากคิดตามแนวทางที่ว่ามานี้ Jade คงไม่ได้เจาะจงจะบอกเรื่องราวของฮีท แต่เป็นเรื่องราวของโทชิต่างหาก

จะว่าไปแล้วการที่มีนักดนตรีคนอื่นเข้าร่วมงานกับโทชิแม้นจะอยู่ภายใต้สังกัดของมาซายะ ก็อาจนับได้ว่าเป็นการดึงโทชิออกจากสิ่งแวดล้อมเดิมๆ วิธีหนึ่ง อย่างน้อยกลุ่มของมาซายะ หรือคาโอริ โมริทานิคงไม่กล้าทำร้ายโทชิต่อหน้าคนเหล่านั้น

ว่ากันว่าการอัดเสียงของ X Japan เป็นเรื่องที่โทชิเคยไม่ชอบเลยก่อนที่ X Japan จะยุบวงไปในปี 1997(พ.ศ.2540) สาเหตุนั้นคงรู้กันอยู่ว่าเป็นเพราะความเข้มงวดของโยชิกิ แต่สำหรับโทชินับแต่ปี 2009(พ.ศ.2552)การอัดเสียงกับ X Japan เป็นเรื่องที่ดี เพราะโทชิได้ปิดมือถือและหลุดออกจากการควบคุมของกลุ่มมาซายะ และคาโอริ โมริทานิแม้นเพียงชั่วคราวก็ยังดี

ปี 2009(พ.ศ.2552)ถือเป็นเวลาของการเปลี่ยนแปลงความคิดของโทชิและก้าวออกจากกลุ่มของมาซายะอย่างแท้จริง การที่โทชิได้ออกจากโลกที่ถูกปิดตายด้วยการควบคุมจากวิธีทางจิตวิทยาของกลุ่มมาซายะจากการช่วยเหลือของเพื่อนๆ ที่ไม่ใช่แค่โยชิกิและทำให้โทชิได้มองเห็นโลกภายนอกที่ยังคงมีไมตรีและได้รับการให้เกียรติจากเพื่อนๆ เมื่อเปรียบเทียบกับท่าทีของมาซายะที่มีแต่การดูถูก เหยีดหยามและควบคุมทำให้โทชิเริ่มตาสว่างโดยเฉพาะเมื่อโทชิแพ้คดี(ที่โทชิไม่ได้ก่อ)และถูกเรียกค่าเสียหายกว่า 100 ล้านเยน (สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ http://hurrygoround4live.exteen.com/20141126/entry) และนั่นทำให้โทชิเริ่มคิดหนีออกจากกลุ่มของมาซายะ ทว่ากว่าจะสำเร็จชีวิตของโทชิเองก็แทบเอาตัวไม่รอด

----------------------------------------------------------

Jade (X Japan, 2009)

Ah...Another day has gone

Another friend has gone

in to the flame

It's burning love

自分で切り裂いた (Jibun de kirisaita)

胸の傷跡さえ (Mune no kizuato sae)

未来になる 迄 (Mirai ni naru made)

 

วันวานได้ผ่านไปแล้ว ทว่าเพื่อนที่ได้ตกอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงแล้วนั้น...

รักจากเปลวเพลิงที่รังแต่จะแผดเผาให้เรามอดไหม้ ขอให้แข็งใจตัดมันออกไป แม้นจะทำให้เป็นรอยแผลเป็นติดในหัวใจไปตลอดในวันข้างหน้า

------------------------------------------------

แล้วพบกันตอนหน้า...

Ps. และในปี 2010(พ.ศ.2553) บนเวทีคอนเสิร์ต ฮีทพูดว่า "เมื่อปีที่แล้ว(2009) ผมดูเป็นเด็กไม่ดีเลยเนอะ" ...อ้าว...พูดแบบนี้ก็ฟังได้ว่าปีที่แล้วฮีทไม่ได้ทำสิ่งที่ข่าวบอกว่าฮีททำทั้งหมดน่ะสิ??? 5555555

By HurryGoround

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet