ในปี 1997 หลังจากที่ X Japan แถลงข่าวเพื่อยุบวงโดยไม่มีโทชิ นักข่าวได้สัมภาษณ์โทชิถึงเรื่องดังกล่าวและพูดว่า ผมไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่า X Japan จะมีการแถลงข่าวและยุบวง ในขณะที่ทีมงาน X Japan ได้ตอบโต้อย่างสุภาพว่าได้ส่งแจ้งการแถลงข่าวไปทางไปรษณีย์แล้ว และเมื่อฮิเดะได้เห็นสัมภาษณ์นั้นของโทชิจึงโทรไปต่อว่าโทชิถึงที่บ้านโดยทันที แต่กลายเป็นว่าโทชิได้เปิดเผยความขมขื่นและปัญหาที่รุมเร้าตนเองเป็นอันมาก ตั้งแต่การจัดการภายในบริษัทโทชิที่เป็นปัญหา ครอบครัวที่มีรอยร้าวจากผลประโยชน์ และความคคับข้องใจต่างๆ ก่อนวางสายฮิเดะได้พูดว่า “ครั้งหน้าเมื่อเขากลับจาก LA อยากให้โทชิได้ไปดื่มด้วยกันและเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้ฟังด้วย” โทชิวางสายด้วยความรู้สึกที่มีความหวังทว่านั่นกลับกลายเป็นบทสนทนาสุดท้ายที่เขาได้พูดคุยกับฮิเดะ

โทชิเล่าว่าเมื่อ X Japanจัดคอนเสริต์ The Last Live กลุ่มมาซายะและคาโอริ โมริทานิไม่ได้ต้องการให้โทชิเข้าร่วมการแสดง แต่โทชิมองว่ามันเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด เขาที่ร่วมกับโยชิกิทำX Japanมาตั้งแต่เริ่มต้นจะยุบวงโดยไม่มีแม้นการแสดงเพื่อกล่าวอำลาได้อย่างไร โทชิพยายามที่จะไปให้ได้และนั่นทำให้เขาถูกซ้อมอย่างหนักในคำอ้างจากมาซายะว่านี่คือการ “สัมนาเพื่อพัฒนาตัวตน” (อ่านรายละเอียดได้ที่ http://hurrygoround4live.exteen.comhurrygoround4live.exteen.com/20140910/entry ....อ่านทุกครั้งน้ำตาจะไหลทุกครั้ง...T T )

โยชิกิและคนอื่นๆ เล่าเป็นเสียงเดียวกันว่าเมื่อโทชิไปถึงโตเกียวโดมฮิเดะ ได้เข้าไปคุยกับโทชิเป็นการส่วนตัวในห้องพัก ว่ากันว่ามีเสียงดังเกิดขึ้น และฮิเดะอารมย์เสียออกมาทีเดียว โทชิไม่ได้เล่าถึงเรื่องนี้ไว้ แต่ ...ไม่ใช่ว่าฮิเดะจับสังเกตุความเปลี่ยนแปลงจากโทชิ(ที่มากกว่าเดิม)ได้หรือไร จึงได้เข้าไปพบพูดคุยด้วยแม้นว่าโยชิกิที่กำลังใจสลายมิอาจจับสังเกตุได้ก็ตาม

โยชิกิพูดว่าช่วงหลังๆนั้น เขากลายเป็นไม่รู้จักโทชิไปเสียแล้ว เพราะโทชิจะตรงกลับบ้านทันทีเมื่องานแสดงจบหรืออัดเสียงจบ โทชิในช่วงนั้นจึงกลายเป็นบุคคลที่ลึกลับสำหรับโยชิกิ

ในขณะที่โยชิกิไม่รู้จะทำอย่างไรจึงจะเข้าไปถึงใจโทชิ แต่ฮิเดะที่แสดงออกตรงๆ กลับมีสติมากกว่าและอาจจะเริ่มตั้งข้อสังเกตุและสืบหาความจริงกับสิ่งที่เกิดกับโทชิ

เล่ากันว่าในปี 2008 แม่ของฮิเดะเป็นคนที่ไปชักชวนให้แม่ของโทชิไปดูคอนเสริต์ของ X Japan โดยก่อนหน้านี้แม่ของโทชิอาจจะไม่ไปเพราะครอบครัวของโทชิไม่ได้ติดต่อกับตัวโทชิเลยนับแต่มีปัญหาฟ้องร้องกันในเรื่องธุรกิจซึ่งตอนนั้นโทชิกลับเปลี่ยนผู้บริหารในบริษัทให้เป็นคนของมาซายะทั้งหมดในปี 1997(รายละเอียดอ่านได้ที่ http://hurrygoround4live.exteen.comhurrygoround4live.exteen.com/20140921/entry และ) และ...แม้นแต่งานศพของพ่อโทชิก็ไม่มีโอกาศได้ไปร่วม แต่แม่ของฮิเดะพูดว่า “อย่างน้อยลูกชายก็ยังมีชีวิตอยู่” และนั่นทำให้แม่ของโทชิตัดสินใจไป

นี่อาจแสดงให้เห็นว่าครอบครัวของฮิเดะนั้นค่อนข้างสนิทสนมกับครอบครัวของโทชิทีเดียว และอาจเป็นไปได้ว่าฮิเดะที่เริ่มตั้งข้อสังเกตุความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับโทชิอาจมีการติดต่อกับครอบครัวของโทชิเพื่อค้นหาความจริงที่เกิดขึ้น ความจริงที่ครอบครัวของโทชิรวมถึงพี่ชายคนรองที่โทชิไว้ใจรู้เป็นอันดีคือ โทชิถูกกลุ่มมาซายะล้างสมอง

สิ่งนั้นสะท้อนมาในงานของฮิเดะ โดยเฉพาะเพลง Pink Spider ที่สื่อมวลชนญี่ปุ่นและสื่อมวลชนอเมริกันอย่าง The New York Time ต่างตีความว่าเป็นจดหมายลาตายของฮิเดะ แต่โดยความจริงแล้วฮิเดะอาจจะกำลังเตือนสติโทชิด้วยเพลงอยู่ต่างหาก เพราะนิทานที่ฮิเดะเล่าในเพลงพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับโทชิและเป็นการต่อว่ากลุ่มมาซายะและคาโอริ โมริทานิโดยตรง

ทว่าก่อนที่งานนี้จะออกเผยแพร่ ฮิเดะกลับเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ตำรวจสรุปความตั้งแต่วันแรกที่ฮิเดะเสียชีวิตว่าเป็นการฆ่าตัวตาย และยิ่งข่าว Copy Cat Suicide ที่เกิดกับแฟนเพลงยิ่งสนับสนุนให้การเสียชีวิตของฮิเดะเป็นสิ่งไม่ผิดปกติ ฮิโรชิ มัทสึโมโตะ กลายเป็นจำเลยของสังคมในเวลาต่อมาว่าอาจมีส่วนในความตายของฮิเดะหลังจากที่ Copy Cat Suicide ไม่อาจปิดเงื่อนงำอื่นๆ ได้ จนฮิโรชิต้องออกหนังสือเล่าประวัติฮิเดะและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนที่ฮิเดะเสียชีวิต แต่ที่น่าสังเกตุมากที่สุดคือกลับไม่มีใครกล่าวถึงคนที่อยู่กับฮิเดะในวินาทีสุดท้ายว่าเป็นใคร และมีจำนวนกี่คนกันแน่

ฮิโรชิเล่าว่าหลังจากเขาส่งฮิเดะที่หน้าอพาร์ทเม้นท์ เขาได้ยินเสียงโครมครามที่คิดว่าเป็นเพราะฮิเดะที่กำลังเมาและอารมย์เสียก่อนออกจากรถเป็นคนทำ แต่เขาไม่ได้เข้าไปดูและขับรถกลับบ้านเพราะไม่ได้คิดว่าจะมีไรแปลกไปกว่าฮิเดะกำลังอารมย์เสีย ในขณะที่คนที่อยู่กับฮิเดะเป็นคนสุดท้ายที่ปรากฎในข่าวคือ คนที่ข่าวเล่าถึงว่าเป็น “เพื่อนร่วมห้อง” บางสำนักข่าวอ้างว่ามี 1 คนและบางสำนักฯ อ้างว่ามี 2 คน

การเสียชีวิตของฮิเดะจะเชื่อมโยงกับปัญหาของโทชิหรือไม่ ไม่มีใครรู้ได้ แต่ในวันนี้ฮิเดะเป็นคนที่โยชิกิ และโทชิพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เพราะฮิเดะจึงทำให้ทั้งสองได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ด้วยข้ออ้างของโยชิกิที่จะทำเพลง Without You

Music Therapy (ดนตรีบำบัด)คือหัวข้อที่โยชิกิได้ไปร่วมบรรยายภายในงานสัมนาของคณะแพทย์ศาสตร์ซึ่งจัดขึ้นที่ญี่ปุ่นเมื่อปีประมาณ2 ปีที่แล้ว โดยนี่เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยที่โยชิกิได้ทำร่วมกับจิตแพทย์ชาวญี่ปุ่นมาเป็นเวลานาน(ตามที่เล่าไปแล้วในตอนที่ 1)โดยการบรรยายในครั้งนี้โทชิได้เข้าร่วมกับโยชิกิในการแสดงดนตรีระหว่างงานสัมมนาด้วย

หากพิจารณาตามนี้อาจพบว่า “ดนตรี” เป็นคีย์เวิร์ดสำคัญหนึ่งที่นำโทชิกลับมา

แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ “เพื่อน” ที่คอยให้กำลังใจ เสียสละ และฉุดช่วยให้โทชิพ้นจากสภาพการถูกจองจำจากการล้างสมอง โดยเพื่อนคนสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามไปได้เลยนอกจากโยชิกิ คือ พาตะ ฮีท และ Luna Sea

-------------------------------------------------------------

Pink Spider (By Hide 1998)

https://www.youtube.com/watch?v=7h465iI7jHA

Kimi wa uso no ito harimegurashi
Chīsana sekai subeteda to omotteta
Chikazuku mono wa nandemo kizutsukete
Kimi wa sora ga shikakui to omotte ita

You wrap yourself in needles and threads of lies
A small world You thought it was everything
You hurt anything that comes near
You thought the sky was a square
 
เธอติดกับดักและถูกพันธนาการรอบตัวด้วยเส้นใยที่ถักทอจากถ้อยคำอันหลอกลวง
คิดว่าโลกเล็กๆ ที่เห็นคือทั้งหมดที่เป็น
เธอโดนทุกคนที่พยายามมาเข้าใกล้ทำร้าย
เธอคิดว่าท้องฟ้าเป็นแค่กรอบสี่เหลี่ยม

------------------------------------------------------------------------

T T

การเขียนบทความซีรี่ส์นี้ทำให้ได้กลับไปอ่านข่าว+กระทู้เก่าๆที่คุณ Tualek แปล และได้ช่วยกันรวบรวม น้ำตาจะไหลในหลายช่วงทีเดียว

แล้วเจอกันในตอนต่อไป ...

By HurryGoround

edit @ 1 Nov 2015 13:06:00 by hurrygoround4live

edit @ 1 Nov 2015 19:48:11 by hurrygoround4live

Comment

Comment:

Tweet