หลังจากที่ได้ฟังบนสัมภาษณ์ โยชิกิ โทชิ และสุงิโซ่ ในคืนก่อนการแสดงสดบนเวที Madison Square Garden ที่นิวยอร์กแล้ว คราวนี้เรามาฟังจากคุณพาตะบ้าง ผู้สัมภาษณ์กล่าวถึงพาตะไว้อย่างน่าสนใจทีเดียวว่า: "PATA ผู้แน่วแน่บนถนนสายกีต้าร์แห่ง X Japan ...ร็อคเกอร์ตัวจริง "
 
Q: เริ่มเล่นดนตรีได้ยังไง
 
PATA: ผมเริ่มเล่นดนตรีตอนเรียนอยู่มัธยมต้น น้องสาวคนเล็กของผมมีกีต้าร์อะคูสติกตัวนึง หลังจากได้ดูวงร็อคอเมริกันชื่อ Cheap Trick แสดงทางทีวี ผมเลยอยากเล่นกีต้าร์มากๆ และนั้นเป็นครั้งแรกที่ผมอยากเล่นดนตรี
 
Q: คุณพยายามศึกษาด้านการอ่านโน้ตดนตรีด้วยใช่ไหมครับ?
 
PATA: ใช่ ผมเรียนจากหนังสือและพวกสกอลเพลง และก้ฝึกฝนตัวเองมากๆ
 
Q: แปลว่าคุณต้องอ่านโน้ตดนตรีได้ดีแน่ๆ
 
PATA: ไม่เลย(หัวเราะ)
 
Q: แล้วคุณเริ่มเล่นกับวงดนตรีวงแรกในชีวิตคุณเมื่อไร
 
PATA: ตอนผมอายุ 16 ผมเริ่มเล่นดนตรีกับเพื่อนๆ โรงเรียนมัธยมปลาย รู้สึกว่าวงจะชื่อ Hard Rock หรือ ชื่อ Black Rose ผมก็ลืมไปแล้ว ผมเล่นกีต้าร์ วงดนตรีของผม...พวกเราส่วนมากจะเล่นเพลงของวง Irom Maidenวง Loudness* และ วง Ludas Priest ผมอยู่กับวงนั้นประมาณ 2 ปี จากนั้นผมก็ไปร่วมงานกับวงอื่นที่เราได้เล่นเพลงของวงเอง ตอนนั้นมือกลองของวงลาออกไป และผมก็ได้พบโยชิกิช่วงปีพ.ศ.2528 (ค.ศ.1985) ตอนนั้นผมอายุสัก 19-20 ปี ตอนนั้นโยชิกิและโทชิทำวง X แล้ว แต่โยชิกิก็มาช่วยวงของผมในตอนนั้นเป็นมือกลองเสริมประมาณ 3 อาทิตย์ได้ และแล้วมือกีต้าร์ของ X ลาออกจากวงกระทันหัน** ดังนั้น X จึงต้องมองหามือกีต้าร์ใหม่ ประมาณช่วงเทสกาลปีใหม่ผมได้รับโทรศัพท์จากโยชิกิที่มาขอให้ผมไปเล่นกีต้าร์ให้ และจากนั้นผมก็ได้เข้ามาอยู่ในวง X (อั้ยย่ะ เป็นคนที่โยชิกิขอร้องแฮะ นานๆ ทีจะเจอ แปลว่าสำคัญมาก)
 
(*Loudness เป็นวงดนตรีร็อคชื่อดังสัญชาติญี่ปุ่น และได้ไปดังในอเมริกาด้วย เป็นวงร็อครุ่นลายครามที่ดังก่อน X มานาน หลังจากที่ Taiji ออกจาก X Japan ก็ได้ไปเล่นกับวง Loudness อยู่พักหนึ่ง โดยวงดังกล่าวได้เคยมาเปิดการแสดงที่เมืองไทยด้วยช่วงปี 2554ในเดือนกรกฎาคม :)
 
** เหตุการณ์ที่มือกีต้าร์ลาออกจากวง X ในครั้งนั้นช็อกโยชิกิมาก)
 
Q: อะไรคือความพิเศษของ X Japan?
 
PATA: ผมเป็นสมาชิกวง X Japan ผมตอบไม่ได้หรอก
 
Q: เล่าให้ฟังถึงสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งวงอย่างโทชิและโยชิกิให้ฟังหน่อยได้ไหม?
 
PATA: พวกเขายอดเยี่ยมมาก โทชิเป็นนักร้องที่ยอดเยี่ยมและ การเล่นกลองของโยชิกิก็แทบจะทำเอาผมหยุดหายใจไปด้วย โยชิกิเป็นคนที่มีพลังมหาศาล ตอนแรกที่ผมเจอโยชิกิ ผมเป็นฝ่ายชวนเขาเข้าวงแต่กลายเป็นว่าผมกลับหมาร่วมวงกับ X แทน เขาเป็นคนที่โน้มน้าวจิตใจคนเก่งมาก
 
Q: แล้วฮีทล่ะครับ? PATA: ฮีทเป็นคนดีครับ เขาขยันมาก และเขาเป็นพวกแบบเงียบๆ ขี้อาย ถึงเขาจะไม่ได้พูดอะไรมากแต่เป็นคนที่เป็นกันเอง
 
Q: ได้ยินจากโยชิกิว่าเวลาคุณได้ดื่มคุณจะเป็นคนที่พูดเก่งขึ้นมาทันที
 
PATA: โดยจริงแล้วเราน่าจะสัมภาษณ์กันระหว่างดื่มนะเนี่ย ครั้งหน้าเรามาดื่มไปคุยไปดีกว่าจะได้รู้สึกสบายๆ (คุณพาตะนี่...ชวนดื่มตลอด 55)
 
Q: เล่าให้ฟังถึงสุงิโซ่หน่อย?
 
PATA: ผมรู้จักสุงิโซ่มานานก่อนที่จะมาร่วมวงกับ X แต่ครั้งแรกที่เราได้เล่นกีต้าร์ด้วยกันคือเมื่อสุงิโซ่มาเล่นให้ X ผมคิดว่าเขาเป็นคนที่มีความห่วงใยต่อพวกเรามากที่สุดและเป็นสมาชิกที่มีจิตใจละเอียดอ่อนที่สุดในวง
 
Q: ผมได้ยินว่าคุณและสุงิโซ่มักจะไปดื่มด้วยกันบ่อยหลังคอนเสริต์ คุณสุงิโซ่บอกผมว่าคุณทั้งคู่เป็นนักดนตรีร็อครุ่นเก่า และนั่นทำให้คุณและเขามักไปดื่มหลังคอนเสริต์
 
PATA: ใช่ครับ มันมาเป็นเซ็ตแหละ คอนเสริต์และต่อด้วยไปดื่ม
 
 
Q: ผมมีคำถามที่ยากหน่อยจะถามคุณ เมื่อ X Japanที่เป็นวงของคุณต้องสูญเสียสมาชิกไปถึง 2 คนคือ ฮิเดะที่เป็นมือกีต้าร์ และไทจิมือเบส ดังนั้นช่วยเล่าให้ฟังถึงความทรงจำประทับใจที่สุดของคุณต่อพวกเขาสองคน?
 
PATA: พวกเราสามคนมักไปดื่มกันอย่างสนุกสนาน แต่ช่วงความทรงจำที่ดีที่สุดของเราคือตอนที่ได้อยู่บนเวทีกับทั้งสองคนนั้น
(ไทจิเคยเล่าถึงพาตะ ว่าเป็นคนที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ได้รับการปกป้องเสมอ เพราะโยชิกิยังโดดมาปกป้องเองเบยนะ อิๆ)
 
Q: เล่าให้ฟังได้ไหมครับว่าการที่ได้เล่นบนเวที Madison Square Garden รู้สึกเป็นยังไงบ้าง?
 
PATA: มันสุดยอดไปเลย ผมมีความสุขมาก(มากกก) ที่ได้ยืนบนเวทีระดับตำนานอย่างMadison Square Garden ผมมีความรู้สึกพิเศษกับเวทีแห่งนี้เพราะ ผมโตมาพร้อมกับบทเพลงจากวง Led Zeppelin และ The Song Remains the same ผมรู้สึกได้รับอภิสิทธิ์มากที่ได้ยืนอยู่บนเวทีเดียวกับLed Zeppelin
 
Q: แล้วรู้สึกยังไงที่ได้เล่นที่ Yokohamaอีกครั้ง?
 
PATA: ผมรู้สึกดีที่ได้กลับไปนะมันเป็นครั้งแรกในช่วงเวลาที่ยาวนาน ผมชอบที่จะเล่นกีต้าร์อยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นที่ไหน ไม่ว่าขนาดสถานที่จะเล็กใหญ่เท่าไร จะเล่นในประเทสไหน ผมก็รู้สึกสนุกที่ได้อยู่บนเวทีและเล่นดนตรี
 
Q: คุณเคยไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศไหม?
 
PATA: เมื่อก่อนผมเคยเช่าอพาร์ทเม้นท์ไว้ที่ L.A.สักประมาณ 3-5 ปีได้
(.... แล้วที่โดนโยชิกิ"ขอร้อง"(บังคับ)ไปอัดเสียงที่ L.A.และเตรียม World Tour ทั้งปีพ.ศ. 2555 (2010) นั่นไปอาศัยอยู่กันที่ไหนอ่ะ ได้ข่าวว่าต้องยกเลิกตารางทัวร์ของวง Rain ทั้งปีเบย )
 
Q: คุณมีแผนที่จะใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศในอนาคตไหม?
 
PATA: พรุ่งนี้จะกินอะไรผมก็ยังไม่มีแผนเลย ดังนั้นก็ยังไม่ได้วางอะไรไว้ครับ
(คือคุยกับคุณ Tualek คิดว่าคุณพาตะน่าจะพูดประมาณว่า ยังไม่ได้มีแผนในอนาคตแบบไกลๆ )
 
Q: ความฝันของคุณคืออะไรครับ
 
PATA: แค่ได้เล่นกีต้าร์ไปชั่วชีวิตผมก็พอใจแล้วครับ
( หนังสือ Guitarthai เคยสัมภาษณ์ Sound Engineer ที่เคยทำงานให้พาตะ เขาเล่าว่าพาตะเป็นคนที่ทำงานด้วยง่ายมาก ปกตินักกีต้าร์จะมีสไตล์ที่ต้องการให้ Sound Engineer ปรับเฉพาะส่วนตัว แต่กับพาตะแล้วไม่ว่าจะปรับแบบไหนพาตะก็สามารถเล่นได้หมด)
 
Q: คุณมีคำแนะนำอะไรจะฝากถึงนักตรีที่เพิ่งเริ่มอาชีพของตนเองไหมครับ
 
PATA: ครับ ถ้าคุณพยายามอย่างไม่ท้อถอยสักวันคุณจะโชคดี ทำต่อไปอย่าได้กลัว
(มีนิตยสารด้านดนตรีต่างประเทศเคยชมเชยพาตะว่าเป็นหนึ่งในมือกีต้าร์ที่ดีที่สุดในเอเชีย)
 
Q: ขอบคุณมากครับ คุณพาตะเป็นชาวร็อคแอนด์โรลรุ่นคลาสสิกที่เจ๋งไปเลย
 
PATA: อย่าบอกว่าผมคลาสสิก(หัวเราะ) ผมยังมีชีวิตอยู่
 
 
555555 คุณพาตะน่ารักมากๆๆๆๆๆ
 
ขอขยายความนิดหน่อยที่เล่าว่าตอนที่มือกีต้าร์เดิมลาออกจาก X ช่วงยุคอินดี้ทำให้โยชิกิช็อกและเสียใจมาก เพราะลาออกระหว่างที่วงกำลังเล่นคอนเสริต์อยู่ จู่ๆ มือกีต้าร์ก็หยุดเล่นและพูดมีใจความว่าเราจะไม่ขอเล่นกับวงที่ไม่ใช่ร็อกที่แท้จริงอีกต่อไปและเดินลงจากเวทีไป เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้โยชิกิเสียใจมาก ...หึๆๆๆๆๆ ต่อจากนั้นมันเป็นฉากทราบซึ้งประทับใจของคู่จิ้น... คือ! ในหนังสือโยชิกิบรรยายว่า คืนนั้นโยชิกิและโทชิกลับไปและยังตั้งหลักกันไม่ถูกว่าจะทำยังไง โทชิอยู่เป็นเพื่อนและรับฟังโยชิกิเพื่อค่อยๆ หาทางแก้ไข และโยชิกิได้ตระหนักว่า "ไม่ใช่โทชิหรอกหรือที่อยู่เคียงข้างโยชิกิมาโดยตลอด"
 
...หึๆๆ เอาล่ะ แทรกโฆษณาด้วยเรื่องของคู่จิ้นเรียบร้อย
 
ในครั้งหน้าจะเป็นสัมภาษณ์คุณฮีท ผู้เงียบเชียบ เรียบร้อย ขยันและ เป็นที่เอ็นดูของรุ่นพี่วง X นะคร้าาา
อย่าลืมตามอ่านกันนะ
 

 
นี้เป็นรูปตอน ปี 2011 นะคร้า ;)

Comment

Comment:

Tweet