หลังจากที่หายไปร่วมชาติเศษๆ และสัญญาที่ให้ไว้ก็ไม่มีวี่แววสำเร็จ แต่ก็ยังกลับมาพร้อมกระทู้ใหม่ด้วยหัวข้อดูบ้าๆบอๆ หลังจากที่หลายคนคงคิดว่าเจ้าของบล็อกตายไปแล้วแน่นอนเพราะไม่อัพไรเบยมาชาติเศษ
 
ที่สำคัญไปกว่านั้น ไอ้กระทู้นี้...มัน Fan Fiction หรือว่าข่าวโปรโมทที่ใช้คำรุนแรงเกินจริงกันแน่!
 
แต่! มันไม่ใช่ Fan Fiction และข้อความโปรโมทใดๆๆๆๆ
 
มันเป็นสิ่งที่โทชิเล่าออกมาจากปากตนเองเลยต่างหาก!! Kiss
 
...  จากนั้นเขาจึงลากผมไปที่ห้องเก็บเสียง ทันทีที่โยชิกิพบว่าเราอยู่กันตามลำพัง 2 คนแล้วจึงถามขึ้นทันที "เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้นกับโทชิ?"....
 
ข้อความด้านบนเป็นสิ่งที่โทชิเล่าจากหนังสือเรื่อง “Senno Jigoku no 12 Nen Kara no Seikan” เมื่อแปลเป็นภาษาอังกฤษคือ Brainwash - survival from 12 Years in Hell หรือหากแปลเป็นภาษาไทยคงประมาณว่า "เอาชีวิตรอดหลังจาก12 ปีในนรก 'ล้างสมอง' "
 
อย่างที่คุณ Tualek ได้เล่าไว้แล้วหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ โทชิมิตสุ เดยามะ หรือโทชิ X Japan ขวัญใจแฟนเพลงเขียนขึ้นด้วยตนเอง โดยภายในเล่าถึงช่วงชีวิต 12 ปีที่ตกอยู่ในห้วงทุกข์ทรมาณจากการถูกครอบงำโดยลัทธิล้างสมอง ซึ่งผู้ที่ชักนำให้โทชิเดินเข้าไปยังลิทธิดังกล่าวคือ คาโอริ โมริทานิ ผู้เป็นภรรยาของเขาเมื่อ 12 ปีที่แล้วนั่นเอง!
 
หลายคนอาจคิดว่าหนังสือเล่มนี้คงไม่ต่างอะไรกับข่าวที่รับรู้มาโดยตลอดเรื่องลัทธิของนาย MASAYA ซึ่งต้มตุ๋น โกหก หลอกลวงประชาชน และเพลี่ยงพล้ำทำให้เด็กคนหนึ่งเสียชีวิต และยังป้ายสีว่าโทชิ โดยการใส่ชื่อของโทชิว่าเป็นผู้บริหารบริษัทซึ่งนายMASAYAบริหาร แน่นอนว่าดังนั้นผู้ร่วมรับผิดชอบต้องเป็นโทชิด้วย
 
ทั้งหมดนั่นอาจเป็นเรื่องซึ่งแฟนๆ X JAPANที่ติดตามข่าวโทชิมาโดยตลอดรู้ แต่เมื่อลองเปิดอ่านหนังสือของโทชิจริงๆ จะพบว่า ทั้งหมดที่เรารู้เป็นเพียง 1% ของเรื่องจริงทั้งหมด รวมถึงเรื่องการลาออกจากวงในปี 1997 ของโทชิด้วย
 
ไม่มีช่วงหัวเราะร่าหรือช่วงสนุกสนาน คละเคล้ากับความเศร้า เหมือนหนังสือโยชิกิที่เป็นการเขียนแนวดรามา อ่านสบายและมีกำลังใจ
 
แต่หนังสือโทชิมากไปด้วยความรู้สึกเครียด อึดอัด ลุ้นและระทึกขวัญตลอดทั้งเล่ม และทุกเนื้อความเป็นเรื่องที่แฟนๆ X คาดคิดไม่ถึงแม้นสักช่วงเดียว(ตามความเห็นของเรา)
 
คุณ Tualek พูดว่าเหมือนเรากำลังดู SAW IV* ที่เป็นหนังสืออยู่
(ซึ่งตัวเราเองที่ฟังคุณ TUALEK แปลมาตลอดตั้งแต่คุณTUALEKซื้อมาก็รู้สึกเช่นเดียวกัน ความรู้สึกทั้งอึดอัด และสงสารโทชิมากๆ ขณะที่ฟังไปก็ลุ้นอยู่ในใจเอาใจช่วยโทชิ.....ซึ่งแปลกมากๆๆๆ เพราะเรื่องทั้งหมดเรารู้คำตอบกันอยู่แล้วว่าสุดท้ายโทชิก็รอดจากลัทธิล้างสมองนั่น 5555 ยอมรับว่าเขาเขียนดีจริงๆ 555
 
เพราะหนังสือมันอึดอัด+เครียดมาก จนทำให้แม้นแต่คนฟังก็รู้สึกแบบนั้นตาม จะลุยอ่านหน้าแรกเรียงไปจนจบก็ไม่ไหว เลยตัดสินใจร่วมกันกับคุณTualekว่า ควรข้ามๆ ไปอ่านตอนที่มันเบาๆก่อน ไม่งั้นเดี่ยวจะเครียดตาย)
 
อย่างที่บอกนะคะว่าสิ่งที่เรารู็กันจากข่าว เป็นแค่ 1% ของเรื่องทั้งหมด ดังนั้นหนังสือโทชิเป็นเล่มที่ไม่ควรพลาดอ่านเลย ไม่งั้นอาจจะไม่ค่อยเข้าใจเพลงทั้ง 3 เพลงที่ โยชิกิแต่ง ไม่ว่าจะเป็น IV, Jade และ  Born to Be Free เพราะจากการนั่งเทียนวิเคราะห์กันเองกับคุณTUALEK หลังจากได้รู้เนื้อหาหนังสือของโทชิบางส่วน(ไม่ทั้งหมดเพราะคุณ TUALEK และเราเองทนอ่านกลางเรื่องไม่ไหว)  พบว่าเพลงทั้ง 3 ของ โยชิกิแต่งให้ โทชิคนเดียวเลยค่ะ (ยอมรับว่าขัดแย้งกับที่ตัวเองเคยเขียนเลยที่บอกว่า JADE เข้ากับเหตุการณ์ของHeathที่มีข่าวออกจากสังกัดเดิมและมีปัญหาบานปลายจนต้องล้มคอนเสริต์ที่เกาหลี แต่เดี่ยวจะกลับไปแก้ของเก่าค่ะเพราะข้อพิสูจน์ใหม่มันถูกต้องกว่า มีหลักฐานรองรับชัดเจนจากหนังสือโทชิ (จำไว้นะคะเวลาที่เปลี่ยนแปลง อาจจะทำให้เราพบหลักฐานใหม่ได้ ดังนั้นงานวิจัยหรือทฤษฎีที่เคยมีอาจกลายเป็นผิดได้ตลอดเวลา ทุกอย่างเป็นอนัตตาค่ะ 55))
 
ทำไมบอกว่าเพลงทั้ง 3 แต่งให้โทชิ ก็เพราะเนื้อหาของเพลงทั้งหมดน่ะ พยายามให้กำลังใจโทชิให้ยอมเปิดเผยชีวิตที่อยู่ในห้วงทุกข์ตลอด 12 ปีของตนเองให้ทั้งโยชิกิ เพื่อนๆ และผู้คนรอบข้างที่รักโทชิ(ซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงแฟนเพลงด้วย) เพราะเป็นไปตามความหมายบางส่วนของเพลง JADE ค่ะ "ไม่ว่าคุณจะมีอดีตอะไร มีรอยแผลบาดลึกแค่ไหน มันก็สวยงาม(สำหรับฉัน)"
 
โดยตามความคิดเห็นส่วนตัวแล้ว JADE ซ่อนความหมายบางอย่างไว้ที่คนฟังอาจไม่เข้าใจทั้งหมด แต่พูดตรงๆกับโทชิที่ต้องทุกข์ทรมาณกับวิธีล้างสมองของMASAYAซึ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นทำร้ายร่างกายโทชิ โดยเฉพาะในช่วงก่อนที่โทชิจะหนีจากการคุมตัวของลัทธิเถื่อนของMASAYAโดยหนีออกจากโรงพยาบาล และบินไปL.A.ในเวลาต่อมา
 
*SAW IV เป็นภาพยนตร์แนวสืบสวนสอบสวน ลักษณะเนื้อหาคือฆาตกรต่อเนื่อง JIGSAW ได้สร้าง "เกมต่อตาย...ตัดเป็น" และล่อให้เหยื่อเล่นเพื่อหาคำตอบปริศนา โดยในภาคที่ 4 หรือภาค IV นี้ ตัวเอกคือตำรวจต้องเข้าเล่นเกมนี้เพื่อหาทางคลายปริศนาเพื่อหาทางช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ FBI ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ โดยมีเวลาเพียง 90นาทีเท่านั้น หากต้องการดูภาพยนตร์สามารถเสริช์ดูฟรีได้เลย(เกือบเคยหลงเข้าไปดูเพื่อทำความเข้าใจเพลง IV ของ X JAPAN แต่ทำใจไม่ได้เพราะหนังมันโหดไป เพื่อนบางคนที่เข้าไปดู เอามือปิดหน้าตลอดๆก็มี บางคนเอาDVDไปดูก็แบบ ต้องหยุดDVD ไปทำใจพักใหญ่ก่อนดูต่อก็มี เพราะไม่ใช่แฟนหนังโหดน่ะ)
 
หลังจากที่โทชิต้องเผชิญวิบากกรรมร่วม 12 ปีจนโชคชะตาทำให้ได้พบกับโยชิกิอีก (ส่วนตัวไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องโชคชะตา แต่เป็นความตั้งใจของโยชิกิ) โทชิจึงได้เริ่มรู้ตัวว่าตนถูกครอบงำโดยไม่อาจขัดขืนจากลัทธิเถื่อนของMASAYA และสุดท้ายจึงหนีออกมาสำเร็จ 
 
อย่างที่รู้กันว่าหลังจากหนีออกมาโทชิไม่อยากร้องเพลงอีกต่อไป เพราะโทชิรู้สึกว่าทุกครั้งที่ร้องเพลงจะเกิดเรื่องร้าย และนี่อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการทางจิตจนโทชิไม่สามารถร้องเพลงได้ ส่วนตัวคิดว่านั่นเพราะลาภ/ยศที่มาจากการร้องเพลงนั้นสุดท้ายก็ถูกหลอกลวงและปล้นเอาไปโดยมิจฉาชีพ และซ้ำร้ายยังถูกทำร้ายร่างกายอีกเพื่อขู่ไม่ให้โทชิหนี และเป็นเครื่องมือหากินของลัทธิล้างสมองของ MASAYA ต่อไป
 
แต่หลังจากหนีออกมาจากฝันร้ายสำเร็จ ในขณะที่โทชิหมดใจกับการร้องเพลงโยชิกิได้โทรมาหาโทชิเพื่อให้โทชิไปเล่นมิวสิควิดีโอพร้อมกับสมาชิกคนอื่นใน X JAPAN แต่โทชิลังเล
 
โทชิที่ไม่อยากร้องเพลงจึงคิดจะปฎิเสธไป แต่ด้วยกำลังใจจากคนรอบข้างที่ช่วยเหลือโทชิมาโดยตลอดโทชิจึงตัดสินใจไป แต่โทชิก็คิดว่านี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ตนจะทำหน้าที่ในฐานะนักร้อง
 
ช่วงระหว่างที่บินไป L.A. เพื่อไปหาโยชิกิและเตรียมที่จะถ่ายมิวสิควิดีโอ ในขณะที่ตนเองก็ยังมีอาการทางจิตไม่สามารถร้องเพลงได้ โทชิก็ยังเขียนเพลงที่ชื่อว่า Airport เพลงนี้บอกเล่าถึงเรื่องราวที่ตนเองลาจากความหลอกลวง และความทรงจำอันขมขื่นตลอด 12ปี อีกด้วย
 
... ทันทีที่ผมมาถึง L.A. และเดินทางไปยังออฟฟิสของโยชิกิ โยชิกิที่รอรับอยู่แล้วเข้ามากอดผมและเอ่ยที่ข้างหูผมว่า "ขอโทษนะ ก่อนหน้านี้ทางฉันก็เกิดเรื่องขึ้นมากมาย โทชิเจอเรื่องอะไรมาเยอะสินะ" จากนั้นเขาจึงลากผมไปที่ห้องเก็บเสียง ทันทีที่โยชิกิพบว่าเราอยู่กันตามลำพัง 2 คนแล้วจึงถามขึ้นทันที "เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้นกับโทชิ?".... (แปลโดยสรุปบางช่วงจากหนังสือ Survive - From ‘12 Years of Brainwashing Hell ของโทชิ)
 
และโทชิจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง
 
และเกิดการแถลงข่าวเปิดเผยนความจริงในเวลาต่อมาที่ญี่ปุ่น โดยโทชิแถลงข่าวพร้อมกับทนายเรื่องที่ถูกหลอกลวง และฟ้องร้อง MASAYA และยื่นล้มละลาย และรวมถึงหย่าขาดกับคาโอริ โมริทานิ ภรรยาในนามตลอด 12 ปี ภรรยาที่ไปอยู่กินกับ MASAYA แต่ไม่ดูแลโทชิ ภรรยาที่มีอารมย์แปรปรวนและพูดทำร้ายจิตใจโทชิในขณะที่ยิ้มอย่างสุภาพและอ่อนหวาน ภรรยาที่เป็นคนบีบให้โทชิออกจาก X JAPAN
 
ในหนังสือของโยชิกิพูดว่าตัวเขาไม่ชอบคาโอริ โมริทานิเลยตั้งแต่แรกเห็น และพูดว่า "เพราะยายผู้หญิงคนนั้นโทชิถึงเปลี่ยนไป"
 
ขณะเดียวกันในหนังสือของโทชิก็ได้เขียนโดยแปลอย่างสรุปความได้ว่า "คาโอริไม่ชอบโยชิกิเลย และไม่อยากให้โทขิอยู่ใกล้โยชิกิ การที่บังคับให้ลาออกจากวงเพราะคาโอริคิดว่าอยู่ใน X JAPAN = อยู่กับโยชิกิ"
 
นอกจากนี้โทชิยังเล่าอีกว่าหากไม่เพราะเลือกคาโอริ โมริทานิเป็นนางเอกละครเวที HAMLET ชีวิตของเขาคงไม่เป็นแบบนี้ บางคนอาจคิดว่าก็โทชิเลือกเอง...ในเรื่องนี้ขอเถียงว่า บางที บางเวลา บางคน และบางคราวก็ไม่มีวันรู้ได้ว่าดอกไม้สวยๆ เบื้องหน้ามีพิษ หรือพูดขำๆ บางทีเรากินยาเพื่อแก้หวัดแต่ก็ไม่หาย กินเท่าไรก็ไม่หาย สาเหตุแท้จริงอาจเพราะโดนรีเทลยาขายยาปลอมให้โรงพยาบาล โรงพยาบาลบางทีก็โง่เป็นเพราะเชื่อใจรีเทลยาไม่คิดว่าจะขายยาปลอมให้ กว่าจะรู้ตัวว่ายารักษาคนไข้ไม่ได้ก็ถูกคนไข้ฟ้องร้องก่อนแล้วว่าให้ยาปลอม กว่าจะไปเช็คหาต้นตอดูและพบว่าถูกหลอกขายยาปลอมมา ไอ้รีเทลยาก็หนีไปแล้วชีวิตมันก็เป้นแบบนี้แหละ ;)
 
เครียดมาทั้งกระทู้เบย...ไม่ได้ตั้งใจให้เครียดเบย สาบาน แต่เนื้อหามันพาไป ดังนั้นจะจบก็ขอจบหวานๆ บ้าง
 
โทชิเล่าในหนังสือว่า "การลาออกจาก X JAPAN เมื่อปี 1997 กับโยชิกิ มันเหมือนการบอกเลิกกับคนรัก"
สิ่งที่โทชิเล่าดูสอดคล้องลงตัวกับเพลง AMAOTO ที่โทชิแต่งขึ้นเมื่อ 2009 หลังจากที่หนีจากMASAYA และไปยัง LA  โดยเพลงมีเนื้อความโดยรวมแล้วคือ ขอกลับมาอยู่กับเธอที่เดิม ขอกลับไปที่บ้านที่มีเธอ ขอ..ได้โปรดมอบความรักความจริงใจของเธอ ขอทั้งหมดของเธอแก่ฉัน... ซึ่งก็คือขอกลับไปคืนดีกับคนรักเก่านั่นเอง
 
แต่เอ๊ะ ถ้าคิดแบบสาว Y ...ก็คนรักที่ไปบอกเลิกวันนั้นคือโยชิกิ ...ก็แสดงว่า AMAOTO ก็แต่งเพื่อขอคืนดีกับคนรักซึ่งคือโยชิกิอ่ะสิ!!!!
 
ที่บอกว่าโยชิกิลากโทชิเข้าห้องเก็บเสียง 2 ต่อ 2 มันอาจไม่ได้แค่เล่าเรื่องของโทชิอย่างเดียวน่ะสิ ตายๆ นี่มันแอบจู๋จี๋กันที่ทำงานนี่!
 
ไม่เพียงเท่านั้นนะคะ โทชิเล่าว่าหลังจากอ้อนรัก...เอ้ย เล่าถึงเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดในห้องเก็บเสียงที่สตูดิโอของโยชิกิ โยชิกิก็พากลับบ้านโยชิกิเลยจ้า แถมยังเปิดไวน์ที่โยชิกิขาย (Y by Yoshiki)ให้ดื่มด้วยจร้าาาา
 
ตามมโนฯ ขั้นเทพของสาว Y ถูกล่อลวงให้ไปบ้านแบบนี้ก็เสร็จสิจ๊ะ แต่ท่าไหนใครรุกใครรับนี่ไม่รู้นะจ๊ะ
 
5555555555555555555
 
นี่ถ้าแฟนๆ X ที่เป็นผู้ชายมาอ่านคนเขียนเองคงมีโดนต่อยปาก ฐานที่มโนฯ แบบบ้าๆ ตลอดๆ 55555555555
55555555555555555
 
เอาเถอะตอนหนึ่งที่คุณ TUALEK เล่า แล้วเราอินมาก เป็นตอนที่โทชิขึ้นซ้อมคอนเสริต์ครั้งแรกหลังประกาศรวมตัวกันใหม่ในปี 2008
 
โทชิเล่าว่าระหว่างที่ซ้อมเขารู้สึกเกร็งและไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ตัวเองร้องจะดีพอรึไม่ ตัวเขาจึงหันไปมองโยชิกิซึ่งก็มองเขาอยู่พอดี โยชิกิกลับพูดขึ้นก่อนที่โทชิจะถามเสียอีก "ไม่ว่าโทชิจะร้องออกมายังไง มันก็ดีอยู่แล้วแหละ"
 
T T รู้สึกทราบซึ้งมากเป็นการส่วนตัว
 
ด้านบนนี่เอามาจากเว็บ http://hayashixdeyama.tumblr.com/
(ขอบอกเว็บนี้เขียนนิยายโยชิกิ+โทชิได้อิโรติกมากกกกกกก)
บทสนทนาในรูปเป็นบทสนทนาจริง ตอนที่โทชิไปร้องเพลงให้โยชิกิในงานคอนเสริต์คลาสิกที่่ Sanfrancisco
เข้าไปดูของจริงได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=teccNco5eaU
ขอบอกว่าได้ฟังเพลง TEARS ภาษาอังกฤษด้วย เพราะมาก(ถึงเสียงที่อัดจะไม่ดีนักก็ตาม)
 
เอามาจากเว็บhttp://hayashixdeyama.tumblr.com/ เว็บเดิมนั่นแล
ชอบเป็นการส่วนตัวดูน่ารักดี
 
คุณพาตะนี่ก็สำคัญนะคะ เขายอมเลื่อนตารางคอนเสริต์วง RA:IN เพื่อให้ได้ถ่ายมิวสิควิดีโอเพลงIV เมื่อปี 2007 และ เสียสละสุดๆ เมื่อปี 2010 คุณพาตะยอมยกเลิกตารางทัวร์ของ RA:IN ทั้งปี(ทั้งๆที่จะไปทัวรืที่จีน) เพื่ออัดอัลบั้ม X  JAPAN +ออกคอนเสริต์ X JAPAN
 
ใครๆ ก็รักพาตะ พาตะเป็นคนน่ารักมากกกก โยชิกิต้องเกรงใจอ่ะ ตอนมาแถลงข่าวเมืองไทยปี 2011 หลังลงจากเครื่อง พาตะ น่ารักสุดเลย บอกว่า "ขอโทษนะที่ทำให้รอตั้งนาน" 555 หายเซ็งโกรธหลังจากรอมาตั้ง 14 ปี 555
 
 
55555 ขำภาพนี้ ทุกคนไขว่ห้างทางเดียวกันหมดยกเว้น สุงิโซ่ ยืนยันได้ดีตามคำพูดโยชิกิว่า สมาชิกX ทุกคนชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้(โยชิกิพูดจริงๆในปี 2008)
 
เชื่อหรือไม่ว่าคุณฮีทอาจเป็นกุญแจสำคัญประการหนึ่ง เสียสละถูกหาว่าเป็น bad boy ในปี 2009 เพื่อให้โทชิได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง (อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะ 55)
 
 
By Hurrygoround
 
ขออภัยมิตรรักแฟนเพลงทุกท่านที่หายหัวไปนาน เพราะตีสแตก ตอนนี้ก็ยังทำธีสิธไม่เสร็จ แต่ตามเสือกเอ้ยสืบเรื่องดาราก่อน อิๆๆๆๆๆๆๆ
 
 

Comment

Comment:

Tweet

เรื่อง. badboy Heath เคยเป็นข่าวร้อนแรงเมื่อปี 2009 ช่วงกุมภา-มีนา ข่าวลือมันแรงขนาดว่าฮีทอาจลาออกจากวงเลย แต่จริงๆ แล้วคือฮีทไม่ต้องการใช้ทีมแมเนจเม้นท์เดิมที่ตัวเองสังกัดอยู่เพื่อดูแลตนเองในฐานะสมาชิกx japan แต่มีการปล่อยข่าวซุบซิบที่ทำลายภาพลักษณ์ฮีทออกมาด้วยพร้อมกัน
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็แรงจริงเพราะตามข่าวที่เผยแพร่ออกมา เหตุขัดแย้งดังกล่าวทำให้x japanเลื่อนคอนเสริต์ที่เกาหลีและไต้หวันออกไปโดยทันที

และทำให้หลังคอนเสริต์x ที่โตเกียวในเดือนเมษายน ฮีทเปลี่ยนไปใช้ทีมแมเนจเม้นท์ร่วมกับโทชิ ว่าง่ายๆคือไปสังกัดอยู่กับโทชิ แต่เป็นที่สนใจว่า นอกจากออกงานคู่กับโทชิเ
ท่าที่จำเป็น ฮีทไม่เคยไปอีเว้นท์งงๆที่ดูไม่เข้าท่าที่ต้นสังกัดพยายามหามาให้เลย

และในปี 2010(ถ้าจำไม่ผิดนะ) ฮีทพูดขึ้นมาประโยคหนึ่งว่า \"ผมดูเป็นเด็กไม่ดีไปเลยเนอะเมื่อปีที่แล้ว\"

ตามความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆมองว่า..ที่ฮีทพูด...ฟังดูแปลกมากปกติคนที่ทำให้เดือดร้อนสำนึกได้แล้วต้องขอโทษ แต่พูดแบบนี้
อาจจะฟังดูไม่สำนึกกับสิ่งที่ตนเองก็ได้

แต่จะมองว่าผู้พูดคิดว่าก็ไม่ได้ทำอะไร ก็ไม่ผิดสิ ก็ย่อมได้....
ถ้ามองตามแนวคิดหลัง ก็สามารถคิดย้อนไปได้ว่า แปลว่าฮีทไม่ได้ทำผิด แต่มีการสร้างสถานการณ์เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง และฮีทเป็นเด็กดีที่ทำตัวเลวเพื่อบางจุดประสงค์sad smile

#9 By hurrygoround4live on 2014-08-20 00:04

ขอบคุนครับ ตามอ่านอยู๋ครับ อยากให้แปลไทยขายจังเลย >_< 
ปล แอบอยากรู้เรื่อง ฮีท badboy ด้วยครับ อิอิ

#7 By pea (223.207.13.80|223.207.13.80) on 2014-08-19 12:03

ขอบคุณคับ เล่าต่อนะอยากฟังอีก

#6 By (1.20.193.124|1.20.193.124) on 2014-08-12 22:12

ขอบคุณที่ยังเข้ามาติดตามกันอยู่นะคะคุณ DEER big smile

#5 By hurrygoround4live on 2014-08-12 20:28

ขอบคุณที่เล่าให้ฟังนะครับ หายไปนานเลย ช่วยเล่าต่อให้จบนะคับbig smile

#4 By Deer (1.20.193.124|1.20.193.124) on 2014-08-12 16:55

ขอโทษะจริงๆคะคุณพลอย พอดีเราตีสตามโยชิกิไป...555 คืองานยุ่งค่ะ และเห็นว่าเดี๋ยวนี้พวกเฟสบุ้คโยชิกิและสมาชิกคนอื่นในวงอัพเดทเร็วและเป็นภาษาอังกฤษด้วย เลยไม่ได้เข้ามาเขียนอะไร เอาไว้มีอะไรจะมาอัพนะคะ double wink ขอบคุณที่คิดถึงกันค่ะ

#3 By hurrygoround4live on 2014-08-05 20:09

แอบเข้ามาอ่านเรื่องราวเก่าอยู่ค่ะ ก็คิดเหใือนกันว่าคงไม่อัพอีกเเล้ว แอบเศร้า เพราะชอบอ่านเรื่องราวของสองคนนี้มากกกก จนกระทั่งเปิดมาแจ๊คพอตตต อ๊ากกกกก ดีใจมาที่มาอัพค่ะ แถมเป็นเรื่องราวที่กำลังอยากรู้อยู่พอดี ไม่รู้จะไปหาอ่านที่ไหน ละอ่านที่อื่นก็ไม่ฟินเท่าที่นี้ ขอบคุณมากนะคะที่มาแบ่งปัน นั่งฟินสุด เคยสมัครเป็นสมาชิกบล็อคจนลืมรหัสไปแล้ว เลยขอเม้นแบบคนนอก อิอิ

ยิ่งอ่านยิ่งรู้เลย2 คนนี้รักและผูกพันธ์กันมากๆๆ โอ๊ย ปริ่ม อยากอ่านทั้งเล่มเลย แต่อ่านญี่ปุ่นไม่ออก TT

อย่าพึ่งหายไปอีกเลยนะคะ มีอะไรฟินก็อัพเล่นๆได้ค่ะ รอติดตามอยู่เสมอเลย ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

#2 By Ploy (58.8.19.252|10.0.0.182, 58.8.19.252) on 2014-08-05 11:18

เคยมาเม้นจนลืมรหัสเก่า

#1 By Ploy (115.87.241.247|10.0.0.182, 115.87.241.247) on 2014-08-05 11:12