เราเขียนตอนที่ 2 นี้ขึ้นได้โดยการรวบรวมข้อมูลที่เคยมีทั้งที่เคยรู้มา เคยอ่านมา และเคยได้อยู่ในช่วงเวลาเหล่านั้น เราจะเขียนออกมาไม่ได้เลยหากเราไม่ได้ข้อมูลจากหนังสือ Yoshiki Biographyและข้อมูลจากเว็บไซต์ข่าวคราวที่ได้จากแฟนๆทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ bring X to europe (ซึ่งปิดตัวลงแล้ว) , Yoshikinet.com, myspace yoshiki, ข่าวแปลจากเพื่อนๆใน social media  ทั้งหมด, ข่าว x JAPAN ที่คุณTUALEK และ Hito ช่วยแปลและเล่าให้ฟังมาตลอดเกือบ 10 ปี และ ฯลฯ อีกมากมายที่จำไม่ได้ ขอบคุณทุกๆ คนที่ทำให้เราได้ข้อมูลเขียนมันได้สำเร็จ รวมถึงทุกคนที่ให้กำลังใจมาตลอด


      สำหรับเราแล้ว X  JAPAN เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญและขาดไม่ได้ของชีวิต เราเขียนตอนที่ 2 นี้ออกมาตามความเข้าใจและตามความรู้สึกที่เรามีต่อ X JAPAN มันอาจจะดูไม่กลางและเข้าข้างบางฝ่าย แต่อย่าไปซีเรียสกับมันเลยเพราะความคิดเห็นของเราเป็นแค่ความคืดเห็นของแฟน เพลงคนหนึ่ง ; )
 
     เดิมทีเราคิดว่าตอนที่ 2 น่าจะเสร็จได้ในไม่กี่ ชม. เหมือนตอนที่ 1 แต่เขียนไปเขียนมา 1 วันก็แล้ว 3 วันก็แล้ว 1 เดือนก็แล้วก็ยังไม่เสร็จ สิ่งที่ยากคือเรื่องเช็กข้อมูลไปมานี่แหละ (อย่างน้อยก็อยากให้มันถูกต้องที่สุดน่ะ) เพราะนอกจากจะต้องเคาะสนิมความจำในหัวแล้วต้องไปขุดอ่านสิ่งที่เซฟไว้นานจนลืมไปแล้วขึ้นมา พอเขียนจบทั้งหมดพบว่า เขียนไปตั้ง 10 หน้า A4...ทำไปได้ยังไงนะเรา 5555
 
  

YOSHIKI~! TOSHI! WEDDING!? part ตอน 02/2

In the rain …I’m calling  you, dear

Find the way…Can you see me standing right here?

Feel my pain …Iike breeding from fear

Life is pain…I’ll give it strength from my vain

“คนชื่อโทชิโทรมาค่ะ จะให้โอนสายไหมคะ? ” เลขานุการของโยชิกิโทรเข้ามาบอก โยชิกิขณะที่ทำงานอยู่ในออฟฟิส

“โทชิ...โทชิไหน?” โยชิกิถามกลับ ทั้งที่เขากำลังรู้สึกหวลนึกถึงใครคนหนึ่งที่เคยเดินจากเขาไป ทว่าคงเป็นไปไม่ได้ในเมื่อทางเดินของทั้งสองแยกห่างเกือบ 10 ปี และจริงๆ อาจจะเป็นโทชิเพื่อนเขาอีกคนหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ที่ L.A. และเคยทานข้าวเย็นด้วยกันหลายครั้ง

ตอนนั้นเลขาฯ ของเขาจึงตอบออก “เขาแค่บอกว่าชื่อโทชิค่ะ และไม่ได้พูดอะไรมากกว่านั้น...” เขานิ่งไปก่อนเลขาฯ จะเตือนถึงคนที่รอสายอยู่อีก “จะรับไหมคะ?” ....อาจจะไม่ใช่ก็ได้...

“โอเค...โอนเข้ามา” เขาตัดสินใจง่ายๆ และเสียงปลายสายที่ถูกโอนเข้ามาจึงเอ่ยทัก

“โยชิกิ...นี่โทชินะ” เสียงนั้น...เสียงที่เขาหลงรักมาตลอดชีวิต เสียงของโทชิมิตสึ เดยามะกลับมาได้ยินอีกครั้งจากโทรศัพท์นั้น โทชิผู้ที่โยชิกิมีสิ่งที่ต้องการบอกกล่าวมหาศาลทว่าในตอนนี้กลับมีแต่ความคิดถึงและทั้งสองจึงตกลงกันว่าจะไปพบกันที่ญี่ปุ่น

(ผู้เขียนจำลองมาจากข้อมูลที่ได้อ่านใน Yoshiki Biography ช่วงที่โยชิกิได้เล่าถึงตอนที่โทชิโทรศัพท์มาหาหลังจากไม่ได้ติดต่อกันนาน 10 ปี)

 โยชิกิได้เล่าถึงเมื่อเขาได้พบกับโทชิมิตสึที่ญี่ปุ่นอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้พบกันมานับ 10 ปี และพูดว่า "โทชิดูเป็นคนธรรมดามากๆ เขาไม่น่าดึงโทชิให้เข้ามาเกี่ยวข้องกับ  X JAPAN เลย"

ไม่รู้ว่าโยชิกิรู้แล้วหรือไม่ในเรื่องที่โทชิประสบมรสุมชีวิตในขณะนั้น ทว่าการได้พบกับโยชิกิอีกครั้งเป็นกำลังใจให้โทชิต่อไป อย่างน้อยโทชิก็ได้พบว่าความหวังในชีวิตยังคงมีอยู่เบื้องหน้า และนั่นทำให้โทชิได้เดินทางไปพบกับโยชิกิที่ L.A ในวันที่ 15 มีนาคม 2550 (2007) ทั้งสองได้ใช้เวลาร่วมกัน และได้ร้องเพลงร่วมกันเหมือนที่เคยเป็น และเพลงที่ร้องคือ Without You เพลงที่โยชิกิเล่าว่าเป็นเพลงที่เขาแต่งหลังจากการเสียชีวิตของฮิเดะเพียงไม่กี่วัน การเดินทางไปพบกันในครั้งนี้โทชิได้เอ่ยสิ่งที่โยชิกิคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ขึ้น “เรากลับไปทำ X JAPAN กันอีกดีไหม?”  ทว่าโยชิกิที่ยังสับสนในจิตใจอยู่ตอบไปเพียงว่า “ไม่รู้เหมือนกัน”

 Yoshik’si Biography ได้เขียนว่า หลังจากนั้นในเดือนสิงหาคม โทชิได้ไปหาโยชิกิและไปทานข้าวกับโยชิกิที่ L.A. อีกครั้ง การพบกันกับโทชิบ่อยครั้งขึ้นและนานขึ้น จากที่ไม่รู้จะพูดเรื่องอะไรกันก็สามารถพูดกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ และเป็นอีกครั้งที่โทชิได้เอ่ยปากว่าต้องการกลับไปทำ X JAPAN ทว่าโยชิกิที่ยังไม่ได้เตรียมใจกับเรื่องนี้ตอบไปเพียงว่า เรื่องนั้นยังไม่แน่ใจแต่เราน่าจะได้ทำ Without You ด้วยกัน ทว่าโชคชะตากำหนดไว้แล้ว ปลายเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน โยชิกิได้รับการทาบทามให้แต่งเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง SAW ในภาคต่อไป (SAW I.V.) และเขาได้ตอบรับแม้นว่างานจะเร่งเพียงใดก็ตาม เพราะจู่ๆความคิดที่ว่าอยากให้ X JAPAN ได้ทำเพลงสำหรับ SAW ก็แล่นเข้ามา และนั่นตอบโจทย์ตลอด 25 ปีที่ X JAPAN พยายามทำให้เป็นจริง นั่นคือการทำให้ X JAPAN เป็นวงดนตรีระดับโลก ถึงแม้นว่าโยชิกิที่มีเวลาเพียงน้อยนิดก็ยังคงทำมันออกมาได้ และได้รับการคัดเลือกให้ใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่อง SAW I.V.  และ X JAPAN ได้กลับมารวมวงอย่างเป็นทางการอีกครั้งในเวลาต่อมา

 แม้นว่าโทชิมิตสึจะได้กลับมารวมตัวกับ X JAPAN อีกครั้ง แต่ความจริงแล้วฝันร้ายไม่เคยจบลงแม้นแต่วินาทีเดียว

 หากใครติดตามข่าวโทชิ ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2551 (2008) เป็นต้นมาจะพบว่าในเว็บไซต์ของโทชิที่ Home of Heart ได้ทำไว้ให้จะมีภาพถ่ายโทชิคู่กับ คาโอริ โมริทานิอยู่เสมอ ภาพเดินจูงมือ ภาพที่นั่งคู่กัน...ดูเป็นคู่สามีภรรยาที่รักและดูแลเอาใจใส่กันเป็นอย่างดี แน่นอนภาพเหล่านั้นย่อมทำให้คนภายนอกคล้อยตามได้ง่าย ที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือในปีพ.ศ. 2552 (2009) หลังจากที่ X JAPANได้จัดคอนเสริต์ที่ประเทศไต้หวัน นักแสดงหญิงชาวไต้หวันคนหนึ่งได้ออกมาชื่นชมโทชิว่า เธอชอบโทชิมาก โทชิเป็นผู้ชายที่ดูอบอุ่นและรักครอบครัว โดยเธอเห็นจากเว็บไซต์ซึ่งโทชิได้มีการถ่ายภาพคู่กับภรรยา และมีการทำเพลงร่วมกัน

 ทว่าในขณะที่ไม่มีใครรู้ตัวความผิดปกติซึ่งแอบตัวฝังรากลึกมานานกลับปรากฎชัดขึ้นในปี 2552 (2009)นี้เอง…

 แม้นดูเหมือนว่าชีวิตของโทชิจะไปได้ดีหลังจากกลับมารวมวง X JAPAN แต่คดีที่โทชิตกเป็นจำเลยในความตายของเด็กที่เข้าร่วมกิจกรรม healing ยังคงติดตัวโทชิอยู่ และผลตัดสินที่ออกมาก่อนที่โทชิมิตสึจะเดินทางไปร่วมแสดงคอนเสริต์กับ X JAPAN ที่ประเทศไต้หวัน 1 วัน ปรากฎว่าโทชิมิตสึพ่ายแพ้คดีและจำเป็นต้องถูกปรับเป็นเงินจำนวนกว่าร้อยล้านเยนสืบเนื่องจากคดีดังกล่าว ข่าวเล่าว่าโทชิหงุดหงิดกับเรื่องนี้มาก

 ... ทว่าทุกอย่างเงียบไป ไม่มีข่าวใดๆ ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามปกติกระทั่งในช่วงปลายปี 2552 (2009) ทาง Home of Heart ได้ประกาศเลื่อนงานแสดงและคิวการโชว์ตัวของโทชิทั้งหมดผ่านหน้าเว็บไซต์ของโทชิซึ่งHome of Heart จัดทำขึ้น ด้วยสาเหตุว่าโทชิมิสึป่วยและมิอาจเข้าร่วมกิจกรรมได้ ระหว่างนั้นเอง Masaya ได้ออกเพลงใหม่ของตนเองและได้บอกเล่าแก่สาธารณะชนว่าตนแต่งขึ้นจากประสบการณ์ที่ได้ฟังโทชิเล่าถึงความเจ็บปวดในวัยเด็ก...ไม่มีใครรู้ได้ว่าในความคิดของMasaya โทชิมิตสึ เดยามะ คืออะไร แต่ดูเหมือนว่าแฟนเพลงของโทชิเองไม่ได้ใคร่สนใจเท่าไรนัก เพราะมีเรื่องอื่นที่ดูน่าตื่นเต้นยิ่งกว่า นั่นคือ X JAPANประกาศถึงการถ่ายทำ MV ที่ Kodak Theatre ในวันที่ 9 มกราคม 2010 และบนเวทีซึ่งอยู่บนดาดฟ้าของ Kodak Theatre โทชินักร้องนำวง X JAPAN ก็ได้อยู่ที่นั่นและร่วมแสดง MV ต่อหน้าแฟนเพลงหลายร้อยคน แต่ขณะนั้นไม่มีใครรู้ตัวเลยว่าฝันร้ายที่แท้จริงของโทชิตลอด 12 ปีที่ผ่านมาผลักให้โทชิมาถึงขอบเหว เขาจึงตัดสินใจเรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิตของตนอีกครั้งหนึ่ง

 "จะไม่ร้องเพลงอีกแล้ว..."... “และจะขอลาออกจาก X JAPAN” โทชิ หรือ hamlet บนโลกแห่งความจริงได้บอกกล่าวกับโยชิกิอย่างเจ็บปวดอีกครั้งในวันที่ 10 ม.ค. 2553 (2010)  13 ปีต่อมานับแต่โทชิขอลาออกจาก X JAPAN ครั้งแรก ในปี 2540 (1997)

 

ติดตามตอนเสริม YOSHIKI~! TOSHI! WEDDING!? part ตอน 02/3 like a prayer

พบกับคำตอบของโยชิกิต่อ คำขอลาออกเป็นครั้งที่ 2 ของโทชิได้ในตอนต่อไป...

รู้สึกเหมือนได้ยินมาว่า นี่เป็นรูปตอนที่โทชิแถลงข่าวว่าแต่งงานแล้วในปี 1997

ไม่แน่ใจนะว่าใช่ไหม... ดูตอนนั้นโทชิมีความสุขมาก เขาคงไม่เคยคิดว่าเพียงอีกไม่กี่เดือน...เขาจะมีแต่ความทุกข์ต่อเนื่องไปนานนับ10ปี

edit @ 17 Aug 2012 22:25:06 by hurrygoround4live

Comment

Comment:

Tweet

555 ขอบคุณค่ะ ที่เข้ามาอ่าน มาคอมเม้นท์กันตลอด

#5 By hurrygoround4live on 2014-08-24 21:02

รวมเล่นเถอะค่ะ เค้าจะซื้อconfused smile confused smile confused smile

#4 By อ้อยใจ (180.183.146.207|180.183.146.207) on 2014-08-24 16:01

อ่านเเล้วขนลุก T^T ทั้งที่ไม่ได้คุยกันนาน มีเรื่องตัดพ้อต่อว่าเยอะเเยะ เเต่เอาเข้าจริงเมื่อเพื่อนรักเก่าติดต่อก็มีเเต่ความคิดถึง อ๊ากกก อย่างที่โยชิกิบอกไว้จริงๆ ว่ากับโทชิ มันเกินกว่าครอบครัว
ดีใจจังได้อ่านตอน 02/2 แถมอ่านมาถึงตอนจบ อ่า!!!มี 02/3 ด้วย55 ช่างทำร้ายจิตใจกันได้ค่ะ ฮือๆ

#2 By dinsawsi (103.7.57.18|223.205.18.96) on 2012-08-20 08:09

เห็นชื่อแล้วคลิกเข้ามาอ่านทันที ออุ
ขออนุญาตแอดด์นะคะ ไม่คิดว่าจะมีบล็อกที่มีข้อมูล X Japan แน่นปึ้กขนดนี้ปรากฏอยู่ ฮ่าาา
 ขอบคุณสำหรับเอนทรี่ดีๆค่ะ ขอแอบติดตามเป็นแฟนบล็อกด้วยคน 

#1 By atom on 2012-08-17 23:18